Blog

  • วิธีการเช็ค Index จาก Realtime Search

    สวัสดีครับกลับมาพบกันอีกครั้งหลังจากผ่านวันที่ 25 หรือวันคริสมาสต์ และอากาศหนาวก็เริ่มเย็นลงอีกครั้งนะครับ ขณะที่ผมเขียนบทความนี้ผมอยู่ที่กรุงเทพฯครับ อีกอีกไม่กี่วันก็จะก้าวเข้าสู่ปีใหม่แล้วนะครับ Realtime Search คือบริการของ Google อย่างหนึ่งนะครับจะแสดงผลของ Twitter FriendFeed, MySpace, Buzz, Gowalla เข้ามาแสดงนะครับรวมถึงแสดง

    ผลของการ Index ของเว็บเรานะครับ ประโยชน์ของมันคือเวลาที่เราทำเว็บเสร็จ เราอาจจะ Submit หรือว่าหา Backlink นะครับว่ามันจะเช็คได้ว่าเว็บไหนแรงไม่แรงนั่นเอง เพราะว่ามันจะทำให้เราวางแผนที่จะทำให้ Index ได้อย่างรวดเร็วนะครับผมอยากจะให้อ่านบทความหนึ่งนะครับ

    ลองไปอ่านเรื่องนี้ลองดูนะครับ รูปแบบของ Backlinks สำหรับขายสินค้า จะเห็นว่าผมให้ความสำคัญกับ Index มากทีเดียวครับ Google ยกเลิกการค้นหาผลการค้นหาแบบ Realtime ไปนะครับทำให้เราหาผลการค้นหาไม่เจอ จะพบว่ามีการแจ้งว่า มี Index แบบชั่วโมง และ 24 ชั่วโมงนั่นเองครับ  แต่เราสามารถดึงมันออกมาได้ครับ เพียงใช้ ทริก เล็กๆนั่นเองครับ การเช็ค Index แบบ  Realtime นั้นก็สามารถทำได้ดังนี้นะครับ พิมพ์เว็บที่คุณต้องการตรวจสอบ ตัวอย่างคือเว็บ site:digg.com เลือกแบบ Past 24 hours ก่อนนะครับ เพื่อดู Index ในภาพรวม

    ภาพ 01 แสดงการเช็ค Index Digg.com แบบ 24 ชั่วโมง Index เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว แบบไม่เรียงลำดับ

    หากเราต้องการปรับให้มันแสดง ผลการเรียงลำดับแบบ Realtime  ก็สามารถเลือกเป็นชั่วโมงครับ แต่ว่ามีทริกเล็กๆ โดยการปรับ Sorted by date ใน Google นะครับ จาก Sorted by relevance  แต่ว่าเราจะปรับ Anytime เป็น Past hour  หรือ Past 24 Hours ก็ได้นะครับ

    ภาพ 02. แสดงการดึงผลการแสดง Index แบบชั่วโมง (Past hour) และ Sorted by date

    จะพบว่า Digg.com นั้นแสดงว่า Index ไปแล้วเมื่อ 3 นาทีที่แล้ว หากเราไม่กำหนดจะพบว่า Digg.com นั้นแสดง Index เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว ซึ่งผลการแสดงนั้นจะต่างกันมาก ทำไมเราต้องเช็ค Index เวลาเกือบ Realtime มันบอกเราได้ครับว่า Bot เข้ามา Index เราเรียกกันในหมู่คนทำเว็บครับว่าเว็บแรงไม่แรง มันช่วยให้เราตัดสินใจที่จะทำ หรือ Submit เว็บนั่นเองครับ

    อย่าลืมนะครับบางทีเราเองก็เสียเวลา Submit หรือทำบล็อกที่ไม่เคย Index เลยการดูเวลา Index จึงช่วยให้เราตัดสินใจในการทำต่อไปแบบไม่ต้องเสียเวลา และเสียความรู้สึกกับเว็บที่ Index ช้าและไม่เคย Index เลยนั่นเองครับ อนึ่งนะครับหลายคนอาจจะเสียโอกาสเพราะทิ้งเว็บดีๆ ยกตัวอย่างเช่นเห็นมัน Index เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว ก็เลยเลิกทำไปเลยก็มีส่วนเหมือนกันนะครับ

  • 5 ข้อ ที่คุณควรศึกษา ก่อนเลือกสินค้า Amazon มาขาย

    สวัสดีก่อนวันคริสมาสต์หนึ่งวันครับ วันนี้ผมเขียนบล็อกนี้ในวันที่ 24 ของไทยนะครับ ซึ่งก็ถือว่าเหลือเวลาอีกหนึ่งวันแล้ว และกำลังนับถอยหลังเข้าสู่ปี 2555 นะครับ ปีอะไรจะอารมณ์ดีขนาดนั้น ผมเองพยายามลิตส์ออกมานะครับว่าสินค้าที่ที่เราขายนั้นจะต้องศึกษาด้านใดบ้างจากหน้าแรกของ Amazon และผมจะพยายาม List มันออกมาตามลำดับนะครับเท่าที่

    ผมจะมีความสามารถ และคุณเองยังสามารถไปศึกษาเพิ่มเติมได้นะครับ จาก ตัวอย่างหน้านี้ ซึ่งเป็นหน้าสินค้าที่ขายสินค้าหมวด Electronic ของ Amazon นะครับ ซึ่งในแต่ละหมวดจะมีเงื่อนไข และการจัดเรียงสินค้าที่ต่างกันครับ เช่น 25 ชิ้นต่อหน้า หรือ 12 ชิ้นต่อหน้านะครับ สำหรับสินค้าของ Amazon

    จากความเชื่อสินค้าขายดี (Bestseller) คือสินค้าที่ขายได้  ส่วนใหญ่แล้วเรามักจะเลือกสินค้านั้นมาขายครับ ซึ่งเป็นเรื่องจริง แต่ไม่ครอบคลุมสินค้าทั้งหมดนะครับ ซึ่งสินค้าจะแสดง 10 รายการประมาณ 10 หน้าซึ่งถือว่ายังเป็นจำนวนสินค้าที่น้อยอยู่นะครับนะครับ ยังไม่สาใจสำหรับการขายสินค้าทั้งหมดครับ  คุณเองสามารถอ่านเพิ่มได้จากบทความ ว่าด้วยหมวด Electronics ของ Amazon.com จะเห็นว่าการเลือกหมวด Best sellers นั้นได้ถูกจัดสินค้าที่เป็นหมวดหมู่ย่อยเท่านั้น

    แต่หากคุณลองดูที่ ตัวอย่างหน้านี้  คุณจะพบสินค้าในหมวดย่อยถูกจัดเรียงกันหมดนะครับ เช่น กล้อง ทีวี ก็จะมาปรากฏที่หน้าเดียวกันครับ ทำให้เราสามารถหาสินค้าโดยรวมได้อย่างง่ายดายครับอย่างไรก็ตามเมื่อดู สินค้าหมวด Best sellers  นั้นจะสัมพันธ์กับ Most Popular นั่นเองครับ อาจจะกล่าวได้ว่า

    สินค้าที่ขายดีจะมาปรากฏในเมนู Most Popular นั่นเองครับ แต่ว่าจะถูกรวมหมวดย่อยลงมาอีกทีครับ และใช้ข้อดีในเมนูนี้เพื่อมาหาสินค้าขายดี รวมหมวดย่อยๆนั่นเองครับ  เราสามารถประยุกต์ใช้เพื่อเลือกสินค้าดังนี้ครับ

    Most Popular คือสินค้าที่ขายดี แบบรวมหมวดย่อย
    1. เลือกสินค้าที่เป็นแบบ Most Popular  หรือ New and Bestselling (มีในบางหมวดเช่น Cloting & Accoessories) เพราะว่าเป็นสินค้าขายดี หรือมาใหม่ครับ
    2. เลือก Rating ของสินค้าเพื่อกรองสินค้าออกมานะครับ อาจจะกล่าวได้ว่ามันคือ ดาวที่ User ให้นั่นเองครับ อย่างไรก็ต้องพิจารณาด้วยว่าสินค้ามาใหม่ยังไม่ Rating  มานะครับ เพราะยังไม่มีใครให้คะแนนสำหรับสินค้านั้น
    3. เลือกสินค้าตามราคาที่ต้องการ เช่น  Under $25 หรือ  $50 หรือ $50 & Above  เพื่อกรองเอาสินค้าดีๆ ทั้งราคาและค่าคอมครับ สำหรับเราว่าจะเลือกมาขายตัวไหน
    4. Custome Review ผมเองไม่ถนัดตัวนี้มาก หรือพูดง่ายผมเองไม่คิดจะเลือกเมนูนี้ เพราะถ้ามี Review จะต้องแลกด้วยการที่สินค้าตัวนี้ขายมานานแล้วครับ จึงมีคนซื้อเยอะ ซึ่งจะสัมพันธ์กับคู่แข่งที่เพิ่มขึ้นทุกวันครับ
    5. Shipping Option เป็นข้อที่ผมสนใจน้อยเหมือนกันครับ ดูคร่าวๆก็ได้ครับ สินค้าส่วนใหญ่ที่ขายถ้าเป็น Electronics มักจะส่งที่ USA เท่านั้นครับ ส่วนสินค้าอื่นๆก็ต้องมาดูกันอีกทีครับ แต่ส่วนใหญ่เรามักจะขายแล้วค่อยมาดูอีกครับ ว่าได้จัดส่งหรือเปล่าเท่านั้นเองครับ

    ผมอาจจะกล่าวโดยสรุปก็ได้ครับ สินค้าที่เลือกขาย จะต้องเป็นสินค้าที่มีราคาที่เหมาะสม ( สำหรับผมครับ) เป็นสินค้าอยู่ Most Popular ที่กว้างกว่านั่นเองครับ เป็นสินค้าที่มี Rating  ผมเลือกจากสองดาวขึ้นไป ประกอบกับดูอันดับที่ Most Popular ครับ

    ส่วน  Shipping Option และ  Custome Review ผมไม่เน้นครับดังเหตุผลที่ยกมาข้างต้น  แต่ถ้าเป็นสินค้าพวกเสื้อผ้าผมจะแยกออกครับ ว่าอันไหนจำเป็นและอันไหนมาใหม่  New and Bestselling เพราะอย่างที่ทราบกันดีครับว่า แฟชั่นมันเปลี่ยนเร็ว อีกทั้งดูฤดูกาลที่ต่างประเทศด้วยครับ ว่าต้อนนี้ หนาว หรือร้อน หิมะตก พายุ เป็นองค์ประกอบในการเลือกสินค้าด้วยครับ    คุณสามารถแชร์ความเห็นได้ที่ Facebook Comment นะครับ .. Merry X’mas ครับทุกท่าน..

  • ว่าด้วยหมวด Electronics ของ Amazon.com

    สวัสดีครับเพื่อนๆวันนี้ผมมีเรื่องเล่าของ Amazon.com มาฝากตามเคยนะครับในช่วงเช้าแบบนี้ บางเรื่องมันก็สั้นๆนะครับ จนแบบไม่รู้จะเขียนออกมาเป็นเรื่องอย่างไรแต่ว่าส่วนหนึ่งบ่นใน Facebook ก็จบครับ ก็เข้าไปเป็นเพื่อนตามกันได้เลยนะครับ ส่วนเรื่องที่จะเขียนวันนี้ก็เรื่องของหมวดสินค้าที่ขายดีอย่างหมวด  Electronics ของ Amazon นั่นเองแหละครับ

    จะเห็นได้ว่าหมวดนี้กว้างมากนะครับ ถ้าสังเกตจากหน้านี้ของ Amazon นะครับ เรื่องที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งนะครับคือหมวดนี้มีสินค้าเยอะมากนะครับ และเป็นที่ทราบกันดีว่าสินค้าหมวดนี้จะจ่ายค่าคอมเต็มที่นะครับ 4% นะครับ แต่ว่าในหมวดที่ดูกว้างๆแบบนี้ก็มีสินค้าหลายราคานะครับ และไม่ใด้ตายตัวเสมอไปนะครับว่าจะจ่ายค่าคอม 4% เสมอไปครับ แต่ว่าโดยรวมแล้วกลับไปจัดไว้หมวด Electronics เสียอย่างนั้นครับ แสดงว่าไม่ใช้สินค้าทั้งหมดในหมวด Electronics ทั้งหมดนะครับที่จะจ่ายค่าคอมตายตัวครับ อย่างผมยกตัวอย่างอย่าง Kindle นะครับ ก็ไม่ใด้จ่ายเท่านั้นจริงๆนะครับ

    หรือคุณอาจจะเห็นสินค้าหมวด Automotive อย่าง GPS นะครับมาโผลที่ Electronics เหมือนกันแต่ว่าค่าคอมก็ไม่ใด้จ่ายแค่ 4% ตามที่เข้าใจมา อย่างสมมุติสินค้าอย่าง Printer นะครับส่วนใหญ่จะฅอยู่ในหมวด Electronics อย่างที่เข้าใจครับ แต่ว่ามันอาจจะไปอยู่ในหมวด Office Products ก็เป็นไปได้เสมอหรืออย่างสินค้าอย่าง Software ที่อาจจะมาโผล่ที่ Electronic ก็ถูกจัดไปในหมวด Software ได้เช่นกันครับ

    ต้องแยกให้ออกครับ อันไหนมันเป็น All Electronics  หรือว่า Electronics  อย่างเดียวนะครับเพราะว่าหมวด Electronics ยังครอบคลุมไปถึง Computers ที่จะจ่ายไม่เกิน 25$ หรืออย่างกล้องและเลนส์ด้วยครับ ขอดีการดึงสินค้าหมวด Electronics นั้นจะครอบคลุมไปถึง หมวดย่อยอย่างที่ได้กล่าวข้างต้นไปด้วยนะครับดังนั้น All Electronics จึงน่าจะนิยามสินค้ารวมๆ ได้มากกว่าครับ

    ส่วนหลังจากที่ขายสินค้านั้นได้แล้วนั้น Amazon เองครับจะบอกคุณได้ว่าสินค้านั้นอยู่หมวดไหนครับ ส่วนเราเองก็รอลุ้นค่าคอมอีกที บางทีเราเห็นสินค้าเราเองก็ไม่ทราบจริงๆครับ อย่างเจ้า Kindle ที่ไปโชว์หราหน้า All Electronics แต่แท้จริงแล้วเขาอยู่มากกว่า 1 หมวดครับ และจ่ายค่าคอมเท่าไหรก็แล้วแต่ Amazon จะจับลงหมวดหมู่อีกครับ

  • นิรนาม รหัสลับและรูปแบบการหาเงินออนไลน์

    ผมเองอยากจะเขียนถึงการหาเงินออนไลน์แบบรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจ เราอาจจะเคยคิดว่าการตั้งชื่อที่เป็น SEO นั้น จะทำให้เราทำอันดับได้ดีขึ้น แต่ปัจจุบันนั้น Rank นั้นอิงจากความแรงของเว็บนะครับดังนั้นแม้ Keyword ไม่ตรงสักเท่าไหร่ก็สามารถทำอันดับได้เหมือนกันครับ ยกตัวอย่างอย่าง Taging ของ Amazon นะครับ เช่นเราอาจจะตั้งเพื่อแสดงให้สื่อความ

    หมายนะครับอย่าง cheap_ugg-20 สมมุตินะครับ แต่มีคนกลุ่มหนึ่งนะครับ ตั้งชื่อตัวเองเป็น Code ที่อาจจะเข้าใจได้เฉพาะกลุ่มตัวเขาเองนะครับ เช่น 332310-20 เห็นไหมครับว่าเขาไม่สนใจว่ามันจะสื่อแทรกกิ้งว่าชื่ออะไร มันอยู่ที่ว่ามันขายได้ไหมเท่านั้นเอง  เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจครับ

    และก็อีกแบบหนึ่งนะครับ เช่นการจดโดเมนอย่าง Domain004.com หรืออะไรสักอย่างนะครับ จะเห็นว่าพวกเขานั้นไม่ใด้สนใจอะไรนอกจากปั๊มมันขึ้นมา แต่ว่าติดแทรกกิ้งด้านบนที่เขาเข้าใจดีที่สุดนั่นเองครับ น่าแปลกนะครับเขาทำเพื่ออะไร แต่ผมเองนั้นเขาว่าเขาพยายามหลบอะไรบางอย่างนั้น..

    จะว่าไปแล้วเรื่องการตามหาเว็บใน Google มันไม่ยากหรอกครับเพราะว่ามันสามารถถูกพบได้ด้วยการค้นหา Keyword สินค้านั่นเองครับ เวลาที่เรา List สินค้าเราเองทำจนจะจำรุ่นสินค้านั้นได้เลยทีเดียวครับ เช่นทีวี มีรุ่นไหนบ้างหรือว่า Laptop รุ่นที่เป็นที่นิยม พอๆกับที่คนเราหาเงินออนไลน์นั่นแหละครับ อย่างเราเห็นชื่อสินค้า เราเองจะรู้ทันทีว่ารุ่นที่ขายได้แพงหรือว่าไม่แพง

    การตามหาตัว หรือการหลบหนีการตรวจสอบ และแกะรอย เป็นเรื่องที่ผมก็กำลังสนใจเช่นกันครับ ผมเองก็ยังรู้สึกหวั่นๆ อย่างไรไม่รู้เหมือนกัน ผมเองก็กำลังสนใจเรื่องของการซ่อนตัวเหมือนกันครับ เพราะว่าส่วนใหญ่ที่ได้เงินเยอะๆ ก็มักจะซ่อนตัวเหมือนกันครับ คนที่รู้จักซ่อนตัวที่ดีที่สุด คือคนหลุดพ้นออกไปจาก การทำ SEO รูปแบบปกติแล้วครับ ไม่สังคมมุ่งแต่หาเงินในรูปแบบของเขาอย่างเดียว..

  • รูปแบบของ Backlinks สำหรับขายสินค้า

    สวัสดีครับเพื่อนๆ พบกันบทความโดยจอห์น เรดเตอร์อีกครั้งช่วงนี้รู้สึกใหมผมขยันอับเดทบล็อกบ่อย ผมบอกแล้วที่สำคัญจริงๆคือบรรยากาศของการเขียนบล็อกต่างหากที่ทำให้บล็อกเกอร์อยากเขียนบล็อก ผมรู้สึกผ่อน
    คลายกับตรีมของบล็อกใจปัจจุบันเลยทำให้มีอารมณ์เขียนบล็อก

    ประกอบไปด้วยเวลาทำเว็บมักจะได้แง่คิดดีๆ เสมอ ต้องขอบคุณการค้นหาของตัวเองครับที่ยังสามารถเขียนบล็อกไปได้เรื่อยๆ วันนี้ผมเองจะมาเล่าเรื่อง Backlinks จากประสบการณ์ที่ได้พบมานะครับ ผิดบ้างถูกก็ประสาคนนั่นแหละ แต่รับรองว่าเรื่องที่เขียนคือเรื่องที่เขียนมาจากที่พบจริงๆนะครับ คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดนะครับว่า Backlinks นั้นเป็นการแลกลิงค์เฉพาะหน้าหลักเช่น Redtor.com ก็แน่นอนละครับมาตรฐานมันเป็นอย่างนั้น เพราะคงไม่มีใครมาสร้างลิงค์หน้าย่อยๆ ตัวเองเพื่อยิงเข้ามาอีกแน่ เพราะมันจะมีมากกว่า 1 ลิงค์นั่นเองครับ

    รูปแบบของลิงค์นั้นถ้าลิงค์เข้าเฉพาะหน้าแรกนั่นจะ Index ช้ามากกว่าลิงค์เข้ามาหน้าย่อยนะครับ เพราะว่า Bot จะต้องวิ่งเข้ามาตามลิงค์ และเข้าเฉพาะหน้าหลักเท่านั้นเองครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เข้าเผิดนะครับว่าเข้าลิงค์หลักอย่างเดียวก็พอแล้ว และเราแลกลิงค์กันแล้ว ก็เข้าใจว่าเป็น Backlink นะครับ หากเราสังเกตเมื่อมีการอ้างอิงของบล็อกต่างประเทศนะครับ สังเกตว่าเขาจะลิงค์ไปยัง Topic นั้นครับเพราะว่าคนอ่าน จะตามมาอ่านหน้านั้นไม่เจอครับถ้าไม่ระบุ อย่างบทความนี้ ก็มีลิงค์แบบนี้ครับ redtor.com/archives/9834  ไม่ใช่ลิงค์เข้ามาที่หน้าหลักแต่อย่างใด ..

    หากเปรียบเทียบเทียบสินค้า Amazon แต่ละตัวเป็นลิงค์ย่อยนะครับ ก็จะได้ลิงค์  redtor.com/สินค้าตัวที่ 1,redtor.com/สินค้าตัวที่ 2  การลิงค์เข้าหน้าย่อยแบบนี้ส่งผลต่อจำนวน Index มากกว่าการลิงค์เข้าที่เว็บหลักอย่างเดียวนะครับ  ส่งผลให้จำนวนหน้า Index เพิ่มขึ้นกับจำนวนการ Index

    Backlinks รูปแบบที่กล่าวมานั้นส่งผลให้สินค้านั้นในแต่ละหน้าทำอันดับดีขึ้นมากครับ อาจจะขึ้นหน้าแรกๆได้ง่าย อยู่ที่ว่าลิงค์มาจากเว็บหลัก เว็บรองหรือ Subdomain นั่นเองครับ สิ่งที่น่าคิดต่อไปคิดทำอย่างไรจึงจะดึงหน้าที่เราอยากโปรโมทออกมาเก็บไว้เพื่อหาลิงค์เข้านั่นเองครับ แต่ละคนก็มี
    เทคนิกต่างกันนะครับ ผมว่าการ Index มันก็ว่าด้วยเรื่อง Backlinks หน้าย่อยเสมอแหละครับ

    ส่วนการลิงค์เข้าหน้าหลัก ก็เพื่อปั่นเอา PR เท่หฺ์ๆ เท่านั้นแหละครับ จะมีประโยชน์อะไรถ้า Bot มันทำหน้าซื่อแล้วไม่ยอมวิ่งเข้าไปลิงค์ย่อยของเราที่ขายสินค้าครับ อย่าลืมนะครับเว็บหน้าย่อยเราจะทำอันดับดีแค่ไหนก็อยู่ที่ก็อยู่ที่ Backlinks ที่เข้ามาหน้าย่อยนั่นเองครับ ..

  • Facebook การหารายได้ออนไลน์บนความหวาดระแวง

    สวัสดีครับเพื่อนๆ กลับมาพบกับบทความหาเงินออนไลน์โดย จอห์น อีกครั้งนะครับ ในช่วงเวลาที่การหาเงินออนไลน์นั้นมีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงเร็วมากนะครับ การเป็นตัวแทนขายกับ Amazon นั้นฟังดูดีครับ แต่ลึกๆแล้วความน่ากลัวอย่างหนึ่งคือ จากบทความ  Amazon เล่นบทโหดไล่แบนคนทำ affiliate จะเห็นได้ว่าการทำกติกาแบบเคร่งครัดนั่นแหละครับที่จะช่วยคุณได้ จะเห็นได้ว่าแม้เราเป็นตัวแทนขายสินค้าของ Amazon ก็จริงนะครับ แต่ลึกๆ แล้วผมเชื่อว่าเขามองเราเป็นศัตรูแน่นอนครับ

    แต่นั่น เป็นคำพูดแบบหยิกแกมหยอกเสียมากกว่าครับ แต่ผมเชื่อว่า Amazon นั้นเห็นเราเป็นศัตรู  SEO อย่างแท้จริง เพราะว่าไม่มีใครอยากจะจ่ายค่าคอมให้ใครหรอกครับ ขายเองดีกว่ารับเต็มๆ ดี เหมือนอย่างกรณีที่ Amazon ยกเลิกทำ PPC มาแล้ว ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงครับ แต่ที่แน่ๆ คือ Amazon ก็ทำ PPC การแข่งขันกับ Amazon ย่อยนำมาแต่ผลเสียของเราทั้งนั้นแหละครับ เพราะเขาเองก็ต้องรักษาผลประโยชน์ของเขาเช่นเดียวกัน

    ผมขอยกตัวอย่างการทำ SEO แข่งกับ Amazon นะครับเมื่อเกิดการแข่งขันหรือแย่ง Keyword กันอย่างการใช้ Facebook N่ote มาขายสินค้าแล้วไปแย่งอันดับของ Amazon นะครับ ถ้าคุณเป็น Amazon คุณจะคิดอย่างไร เพราะว่ามีคนมาฉกค่าคอมไปต่อหน้าต่อตาจากการแย่งอันดับของเขาไป แต่ว่าในกฏของ Amazon ก็ออกกลางๆนะครับ สำหรับกฏนี้ซึ่งไม่แน่ว่าอาจจะมีการเปลี่ยนกฏห้ามขายสินค้าผ่านเว็บอื่นที่ไม่ใช่เว็บตัวเองก็เป็นไปได้ครับ แต่อย่างว่าครับ Amazon อย่าบทความเรื่อง โพสสินค้า Amazon เข้าสู่ Twitter ด้วย Site Stripe Options จะเห็นว่า Amazon ก็ออกเครื่องมือมาให้ทำเหมือนกัน จริงเป็นเรื่องที่พูดยากครับว่าผิดใหม ?…

    อยู่ที่ว่า Amazon นั้นจะมีความอดทนต่อเรื่องนี้เท่าไหร่ครับ เพราะผมเชื่อว่าเขามีทีม SEO อยู่แล้วและคงไม่พลาดที่เขาเองก็นะเห็นเหมือนกัน แต่ว่ามันเป็นเรื่องที่ยังไม่มีความชัดเจนนั่นเองครับ การแบบ Acc เป็นที่มีของการคาดเดา หรือการเลือกหาข้อผิดเพื่อที่จะแบนก็มีส่วนครับกรณี เช่นคุณใช้ TradeMark รวมถึงมีการแจ้งไปนั่นเอง

    ผมเชื่อว่าการแบน Facebook Account ถ้า Amazon คิดแบบนั้นมันจะไม่จบความเพราะว่าสินค้าเหล่านั้นมันจะไปโผล่ที่ Google Plus เป็นงูกินหางต่อไปครับ เพราะว่าจะหยุดคนที่ขายนั่นได้ยากครับนอกจาก Amazon ตัดสินใจออกกฏใหม่ หรือยอมรับไปเลยครับ เพราะนี่จะไม่ใช้ครั้งสุดท้ายที่ Amazon ถูกท้าทายจากเหล่าหาเงินออนไลน์ อย่าง Facebook เป็นที่สุดท้ายแน่นอนครับ เพราะมันมีรูปแบบเยอะแยะไปหมดเลยครับ ในการกระจายลิงค์ที่ติด Taging ID ออกไป

    จากความไม่ชัดเจนเรื่องของการแบน บางคนก็ไม่ใด้ทำ Facebook แต่ก็ยังโดนแบบ หรือบางคนโดนเฉพาะ Account จาก Facebook เป็นที่มาของความระแวงและหวาดกลัวของคนหาเงินออนไลน์จะก้าวก็ก้าวไม่เต็มก้าว ต้องหลบๆทำครับ ต้องใช้เซฟตัวเองนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่น่าแปลกคือ แม้จะมีข่าวออกมาแบบนี้ แต่ก็หาได้หยุดเหล่านักล่าเงินออนไลน์แต่อย่างใด..

  • เชื่อม WordPress ของคุณเข้ากับ Facebook

    จอห์นเองพึ่งอับเดท WordPress เป็นรุ่น 3.3 ครับตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรแต่อยากจะลองนิดหน่อยปรากฏว่าหลังจากอัพเกรดแล้วทำงานได้ดีมากครับออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายจัดการเมนูของ WordPress ได้ดีมากครับเราสามารถเลือกได้ว่าจะให้หน้าไหนขึ้นมาแสดง (Page) รวมถึงที่เมนูเราได้ง่ายๆครับบางทีเราเองก็ไม่อย่างให้มันโผล่อย่าง หน้า Topvideo

    ก็เป็นหน้า Page นะครับแต่จอห์นซ่อนมันไว้ไม่ให้แสดงที่เมนู เพราะว่ามันเปลี่ยนบ่อย ผมว่าอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดจริงๆคือเรื่องของ Spam Comment ครับเรียกว่าเมื่อก่อนปิดยังไงก็ยังเจอหลุดเข้ามา หรือ Trackback เวอชั่นนี้ยังเจออยู่บ้างครับแต่ว่าน้อย ขนาดปิดไว้แล้วนะครับ เรียกว่ากว่าจะลงตัวเรียกว่าเหนื่อยเหมือนกันครับ

    ปัจจุบันต้องยอมรับครับว่าคนส่วนใหญ่นั้นมี Facebook กัน ผมเองเพลียกับการเปิดคอมเม้นท์แล้วเจอ Spam จากต่างประเทศเยอะทีเดียวครับเลยตัดส่วนนี้ออกไป และดึงความสามารถของ Facebook Comment เข้ามาใช้งานครับ เรียกว่ามันจะผูกกับสมาชิกอย่าง Hotmail,Yahoo และ Facebook ครับสมาชิกเว็บเหล่านี้จึงจะสามารถคอมเม้นท์ได้ครับ ที่สำคัญนั้นหยุดการหลุดของ Backlink ได้ดีเดียวครับ ส่วนในตัวของ WordPress นั้นต้องอาศัย Plugin เพิ่มขึ้นครับ อย่างปลั๊กอินที่ใช้ใน Blog นี้เกี่ยวกับ WordPress ก็จะมีหลักๆ สองตัวครับ เรียกว่า Active Plugin และอาศัย Config เล็กๆน้อยก็สามารถเอามาใช้งานได้แล้วครับ ตัวที่แนะนำก็มี 2 ตัวดังนี้ครับ

    •  Add Link to Facebook   ตัวนี้ความสามารถเยอะมากครับที่ผมเลือกใช้คือส่วนของ Comment นั่นเองครับ ไม่เพียงแต่เท่านี้นะครับยังสามารถจัดการเพิ่มได้อีกอย่าง Appearance, Comments Like button, Like box, Comments plugin ซึ่งเป็นคุณสมบัติฟื้นฐานของเว็บที่เชื่อมต่อกับเว็บได้เลยครับ
    • Social Sharing Toolkit  อีกตัวหนึ่งนะครับที่ผมเลือกใช้เพราะว่ามันสามารถกกระจายไปมากกว่า Facebook ครับ ไป Google+ รวมถึง Twitter ได้อีกด้วยนะครับ แค่นี้ก็หยุดสแปมได้แล้วครับ

    ต้องยอมรับนะครับว่าส่วนหนึ่ง Spam นั้นได้กระทบต่อ Server ที่ใช้งานอยู่นะครับเพราะว่ามันจะ Report เมล์ครับให้เรามา Aprrove Comment ผมเองได้รับการเตือนจากโฮสบ่อยครังมากครับเรื่องของ E-mail Spam ผมเชื่อว่าการลง Plugin Comment นั้นจะช่วยให้บล็อกคนรอดพ้นจากการ Spam แน่นอนครับ อย่งน้อยก็ระยะหนึ่งกว่าที่นักสแปมจะพัฒนาเครื่องมือไล่ตาม WordPress ครับ

  • Amazon เล่นบทโหดไล่แบนคนทำ affiliate

    จะว่าไปแล้วน้อยคนนักที่ได้ศึกษาข้อตกลงก่อนทำ affiliate  กับ Amazon ส่วนใหญ่ได้มาแต่ Taging ID แล้วก็เริ่มลุยกันเลย ก็เลยทำต่อๆกันกันมา โปรโหมตทุกที่มี Link ให้วาง แต่ว่าหลังจาก Black Friday กลับพบว่า Amazon มาไล่กวาดเก็บ Acc ของคนทำ อาจจะเป็นเพราะส่วนหนึ่งยอดจาก Black Friday นั้นแต่ละคนเยอะและส่งผลให้เกิดการตรวจสอบ

    ว่ายอดขายนั้นส่วนใหญ่มาจากไหนกัน แน่หากไม่พบก็จะขุดเล็กขุดน้อยมาเพื่อตรวจสอบอีก ที่นี่มันก็เข้าข่ายพอดี ที่แต่ละคนนั้นเอามาแต่ Taging ID เพราะว่าผมเชื่อว่าร้อยทั้งร้อยเชื่อกันว่า Amazon แบนยาก ยากกว่าการทำ Adsense แต่ว่าตอนนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้นเพราะเขาอาจจะขุดขึ้นมาเอาเรื่องเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะอย่างเราไปโปรโมทผิดที่อย่าง  Facebook ก็ดีหรือต่อไปอาจจะเล่น Google ก็เป็นไปได้ เพราะช่องทางการโปรโมทลิงค์นั้นเป็นไปได้หลายๆทาง หรือส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเรื่องของ Landing Page ที่เราขายสินค้ารวมถึง API ของ Amazon อีกด้วย รวมถึงโฆษณา หรือ Banner

    รวมถึง Trademark ของ Amazon ลองไล่ดูคร่าวๆ ผมเชื่อว่าคุณอาจจะมีส่วนหนึ่งที่พลาดรวมถึงการใส่ Trademark ของ Amazon โลโก้ซึ่งส่วนใหญ่ผมจะเห็นแบบนี้ รวมถึงดัดแปลงเนื้อหาของ Amazon อีกด้วย แหมจะไม่ให้ดัดแปลงได้อย่าง ก็เพราะว่ามันมีผลด้าน SEO นี่ถ้าเนื้อหาเหมือนกันหมดก็กลับไปทำ Astore แล้ว เพราะมันจะกลายเป็นเว็บเดียวกันผลจากการดึง API ที่มาจากแหล่งเดียวกันนั่นเอง

    ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าการแบนของ Amazon นั้นเกิดจากเราเองที่ไม่เชี่ยวหรือไม่อ่านนั่นเองผลวิจัยก็บอกแล้วว่าคนไทยอ่านหนังสือไม่กี่บรรทัด แต่ก็ไม่ด้ระบุว่าบรรทัดที่ว่ามันภาษาอะไรเรื่องก็เลยเกิดแบบนี้ ส่วนตัวผมเองแล้วยังเชื่อว่า การไล่แบน คนทำ affiliate  ไม่ใด้เกิดผลดีอะไรกับ Amazon อย่างที่เคย ยกเลิกคนทำ PPC  เพราะนอกจากจะทำให้รายได้หายไปแล้วยังไม่ไม่สามารถขายสินค้าชิ้นใหม่ๆ ได้เท่าที่ควร เพราะส่วนใหญ่ที่โดนแบนนี่เรียกว่าขายได้หลักล้านเลยทีเดียว

    ส่วนตัวจอห์นเองยังไม่เจอ เหมือนคนอื่น และไม่อยากเจอเหมือนกัน กลัวอย่างเดียวว่ามันจะขุดเว็บตอนที่เราลองผิดลองถูกมาชำระคดีฮา ขนาดแบนเนอร์หมดอายุอย่าง Black friday ยังไม่มีเวลาแกะออกเลย ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ได้แต่ทำใจ  แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝากทิ้งไว้นะครับ คือการแก้ไขตัวเองหลังจากที่โดนเตือนหรือโดนแบนแล้ว ก็จะได้ระมัดระวังในการทำเว็บมากขึ้นครับ

  • ว่าด้วยความแปรปรวนของ Google และสิ่งเล็กๆที่เรียกว่าอังกลอฯ

    ผมเองพยายามหาคำตอบของการเขียนบล็อกของตัวเองหมือนกัน ว่าอะไรที่ทำให้เราเขียนได้เรื่อยๆ สิ่งที่ผมปฐิเสธไม่ได้นั่นคืออารมณ์นั่นเอง หรือไม่ก็การปลีกเวลาเขียน แต่ผมกลับผมว่ามันมีหลายๆ เช่นคุณกำลังมีความสุขตอนเขียนหรือเปล่า คนกำลังฟังเพลงอยู่หรือ ธีมเว็บคุณเป็นอย่างไรบ้าง หรือไม่ก็ WordPress รุ่นที่คุณใช้

    แต่สำหรับผมตอนนี้ที่สำคัญสำหรับการเขียนบล็อกของผม ก็มี เวอร์ชั่น WordPress  และที่สำคัญที่สุดคือเพลงที่ผำให้อารมณ์ดีเวลาเขียนเพลงนั่นคือ “หมอลำนั่นเอง” ผมว่ามันเป็นกับแกล้มของการเขียนบล็อกชั้นดีทีเดียวครับ ที่สามารถทำให้ผมเขียนไปได้เรื่อยๆ อย่างบทความที่ผมกำลังเขียนอยู่นี่เองครับ ผมเองกก็ไม่ใด้มีความรู้อะไรมากมาย แต่ว่าผมเขียนจากเรื่องที่ผมประสบพบมานั่นเองครับ

    เป็นคำที่กล่าวไม่เกินความจริงเลยครับว่า Google นั่นได้ปรับอังกลอฯแล้ว โดนเน้นเนื้อหาใหม่ของเว็บไซต์ อาจจะกล่าวได้ว่ามันเล็กๆน้อยๆ และค่อยเป็นค่อยไปจนเราเองอาจจะสังเกตไม่ใด้ครับ ถ้าไม่มีคลุกคลีกับมันมากนัก เนื่องมันเริ่มจากเว็บที่จดโดเมนใหม่ๆ ก็สามารถทำอันดับได้แล้วครับ โดยอาศัย Backlink อาจจะกล่าวได่ว่าแค่ Index ก็จะเห็นเว็บเราอยู่หน้าแรกๆ ของ Key ไหนสัก Key ได้แล้วครับ แต่ว่ามันจะอยู่ระยะสั้น และถือว่าวัดใจกันเลยทีเดียวครับว่ามันจะอยู่กี่วัน นั่นเอง แต่ถ้าสคริปและ Backlink ถูกปาก Google นั่นอาจจะอยู่ยาวก็ได้ครับ

    หากผมจะกล่าวว่าในโลกนี้อาจจะมีสคริปทำเงินสำหรับ Amazon ไม่มากเท่าไหร่ก็ไม่ผิดครับ เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วมันจะวนไปวนมาอย่างนี้แหละครับ เพราะว่าเราเองก็ต้องอาศัยการดึงสินค้าจากAmazon รวมถึงการจำกัดจาก Amazon ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จำกัดเราเหมือนกัน เช่น ดึง Tags และ Comment

    และการดึง API ดังนั้นจึงจะเห็นว่ามันจะมีช่องให้เราเล่นไม่กี่แบบ เช่น มันอาจจะมาจากสคริปหนึ่งแล้วไปจบที่ WordPress ไปจบที่ Bookmark มันก็ยังวนอยู่ในตรีมนี้แหละครับ เพราะรูปแบบมันดึงมาไม่ใด้เยอะเท่าไหร่ การเปลี่ยนของอังกอลฯของ Google นั้นแม้จะมีความแตกต่างไปจากเดิม แต่สุดท้ายแล้ว มันก็ขึ้นอยู่ว่า Content นั้นไปโผล่ที่เว็บไหน เช่น Content กากๆ แม้ไปอยู่ Yahoo! หรือ Facebook ,Google ก็พร้อมจะให้ทำอันดีเสมอๆ  จะเห็นได้ว่า Content นั้่นสามารถดันได้โดยใช้เว็บเหล่านี้  สุดท้ายก็คงขึ้นอยู่กับพวกนี้เสมอ

    ผมอยากจะฝากไปถึงเพื่อนๆทำ Amazon นั่นครับ เรื่องของอังกล Google จะเปลี่ยนไป แต่ก็วนเวียนอยู่แค่นี้แหละครับ มันไปไหนไม่ได้ WordPress ตัวนี้ทำอันดับไม่ดีมันก็ไปให้คะแนน WordPress ตัวใหม่ อยู่ที่ว่า WordPress หรือ Content นี้จะไปอยู่ที่เว็บไหนนั่นเอง ดูเหมือนตอนนี้ Google จะให้ความสำคัญโดเมนมากกว่าเนื้อหาไปเสียแล้วครับ ไม่เชื่อลองถามคนเล่น Facebook ดูนะครับ อาจจะมี Content ซ้ำ แต่อังกลอก็ยังไปจับและให้อันดับดีๆ เหมือนเดิมครับ สำหรับ Google แล้วตอนนี้อย่าถามว่าเว็บใคร… แต่ถ้าว่าใครคุมเว็บนี้จะเหมาะสมกว่า

    สุดท้ายผมอยากจะฝากขอบคุณถึง Blognone ด้วยนะครับ สำหรับแนวในการวางรูปเล็กๆ แบบนี้นะครับบางทีผมเองก็เบื่อเหมือนกันที่ต้องมาหาภาพประกอบครับ แล้วเจอกันบทความหน้าครับ ..

  • CO.CC กลับมา Index อีกครั้งแต่..

    ข้อดีของการเขียนบล็อกมันจะมีวันที่กำกับให้เสร็จ ทำให้เวลาเราอ่านบทความแล้วเราจะต้องร้องอ๋อเลยทีเดียว อย่างเรื่องการกวาดแบน Co.cc ที่ผ่านมา ล้มโต๊ะ!! หัวเราะทั้งน้ำตา Google ลงดาบ CO.CC  เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมหากย้อนกลับมาถึงวันนี้ที่  CO.CC กลับมา Index อีกครั้ง ก็กินเวลาไปทั้งหมด 6 เดือนเลยทีเดียว

    ผมมานั่งไล่อ่านย้อนหลัง เผลอแป๊บเดียวก็ 6 เดือนเข้าไปแล้ว เรื่องของเรื่อง Google น่าจะเก็บ CO.CC เพราะว่ามัน Index เรียงหน้ากัน คุณสามารถอ่านเพิ่มได้ที่นี่ครับ CO.CC ฉีกข้อจำกัด Google ทำอันดับเรียงหน้า ทำให้เกิดการเก็บกันขึ้นมา จนเป็นเรื่องเป็นราว รวมถึงรายได้หายกันไปนานทีเดียว
    จะว่าไปแล้วใน Google มีสคริปไม่กี่สคริปทำเงินครับ ไล่ดูได้ใน Google มีไม่กี่เจ้าที่ทำอันดับได้ดี ส่วนตัวสคริ๊ปก็สามารถสรุปได้ดังนี้ครับ

    1. สคริปทำอันดับดีในโดเมนแบบนี้  และรวดเร็ว ส่วนมากสคริ๊ปพวกนี้จะไปเร็วมาเร็วครับ
    2. สคริปทำอันดับไม่ดี แต่หลังจากนั้นค่อยดี และดีมาก เรียกว่าต้องใช้เวลาแช่ใน Google ครับ
      ออกตัวช้าแต่ทำทิ้งไว้จนลืม ค่อยมาเจออันดับ
    3. สคริ๊ปที่ทำยังไงก็ไม่ Index แต่ถ้า Index แล้วทำอันดับดีครับ

    การกลับมาครั้งนี้ของ CO.CC นั้นกลับมาแบบเงียบๆครับ รวมถึงสิ่งที่แปลกของการกลับมาคืออันดับไปแรงครับ เหมือนคนพึ่งฟื้นไข้ แต่ว่าทำ Index ได้เร็วครับ แต่ว่าอันดับนั้นไม่สู้ดีสักเท่าไหร่ต่างจากเมื่อก่อน สาเหตุที่ผมอ้างถึง 3 ข้อนั่นเพียงอยากให้พิจารณาครับว่า  CO.CC นั้นเป็นแบบไหนกันแน่ ผมเองมีโอกาสทดสอบแล้วกว่า 60 CO.CC โดเมนพบว่า Index ในวันเดียวครับส่วนหนึ่ง แต่ว่าส่วนที่ Index กลับไม่ทำอันดับได้ดีเท่าที่ควร แต่ว่ายังมี Bot เข้ามาเก็บ Index บ่อยมากครับ

    หากถามผมว่าควรที่จะเล่น CO.CC อีกส่วนตัวผมเองก็คงตอบว่า มองเงินในกระเป๋าก่อนนะครับ  ถ้ามีเงินก็สามารถจดปริมาณมากได้ครับ แต่ว่าเท่าที่เห็นตอนนี้ยังเห็นอันดับไม่ชัดเจนมากครับ ควรจะรอสักพักถ้ามันเรียงกันอีกครั้ง จะจัดชุดใหญ่ก็คงไม่สายเกินไปครับ.. CO.CC กลับมา Index แล้ว
    ผมเองก็กลับมาเขียนบล็อกแบบ .. ไม่เนียนครับ ฮา.