ร้านป้าย ร้านไวนิล ธุรกิจผมตอนนี้

ผมเปิดร้านป้ายมา 2 ปีได้แล้วครับ ส่วนตัวคลุกคลีกับเรื่องแบบนี้มาเป็น 10 ปีแล้วครับ ด้วยความที่ชอบเรื่องกราฟริก และการออกแบบมานานแล้วครับ ผมเริ่มต้นทำร้านป้ายจากสิ่งเล็กๆก่อนครับ ค่อยๆทำไป ตอนแรกก็ลงเงินแต่งร้านไปก่อน ประมาน 1 แสนบาท จากร้านซ่อมซ่อ หลังจากนั้นผมก็ทยอยทำงาน ๆ เก็บเงินไปเรื่อย แม้ว่ามันจะผ่านมาแค่ 2 ปี

จากไม่มีอะไรเลยมันก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง มันเป็นความสำเร็จที่เลียนแบบยากที่สุดแล้วครับ เรื่องของการสร้างธุรกิจแบบลงแรง และได้เจอผู้คนทุกวันนี้ผมไม่ต้องทำงานหนักมาก แค่ตอนไลน์ และก็ผลิตงานออกมาเท่านั้นเอง รวมถึงมีสินทรัพย์เพิ่มมากขึ้นด้วยครับ จากร้านเล็กๆ ก็ซื้อของเข้าร้านป้าย ได้เงินแล้วก็ซื้อเครื่องชีวิตผมวนเวียน อยู่เท่านี้ จนมาวันหนึ่งมันถึงจุดที่ ไม่มีอะไรต้องซื้อ มันก็โล่งมากครับ การลงแรงครั้งแรกมันอาจจะเหนื่อยหน่อย แต่ถ้ามันติดตลาดแล้วก็ยาวเลยครับ

ถึงตอนนี้ผมมีร้านที่สมบูรณ์แบบแล้วในความคิด ธุรกิจร้านป้าย อาจจะมองว่าใช้ทุนเยอะ แต่ถ้าเราทำแบบไม่มีทุน แต่ว่าค่อยๆทำก็ทำให้เราไม่มีเรื่องกังวลของหนี้สินและเงินกู้ครับ แต่ต้องอาศัยความชำนาญของเจ้าของร้านป้าย ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือผมเองนี่แหละครับ เพราะว่าผมทำเป็นหมดทุกอย่าง ผมเก่ง ผมเป็นทั้งนักการตลาด นักออกแบบ นัก SEO ในตัว


ธุรกิจร้านป้ายของผมยังไปได้สวย และทำเงินให้ผมเรื่อยๆ จนมันอยู่ตัวเลยมีเวลามาเขียนเรื่องนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่าน หากใครคิดถึงผมก็แวะมาเยี่ยมเยือนได้ครับ ร้านผมอยู่ที่ตลาดห้วยขวางครับ อาจจะนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ 094-864-9999 ครับ อย่างวันก่อนพี่ต้น Makemany ก็มาทานข้าวด้วยครับ ได้คุยกันนิดหน่อย แล้วก็แยกย้ายกันเดินตามทางของแต่ละคนไปหากได้คุยกับผม น่าจะพอได้มุมมองอะไรกลับมาบ้างครับ

นอกจากทำร้านป้ายแล้ว ผมยังเป็นคนที่เริ่มสะสมพระเครื่องส่งเข้าประกวดบ้างครับ ส่วนสายที่ผมไปนั้นคือหลวงปู่ทวด ผมเก็บตามกำลังครับ พอเงินหมดผมก็หยุด แต่รับรองแท้ทุกองค์ครับ นี่น่าจะเป็นงานอดิเรกที่ผมสนใจที่สุดในตอนนี้ นอกจากงานทำร้านป้าย ร้านไวนิลที่ผมทำเลี้ยงชีพตัวเอง สุดท้ายผมอยากจะฝากคำคมถึงเพื่อนๆ พอดีผมฟังมาจากในเพลง

เขาบอกว่า ความสำเร็จ ไม่มีป้ายบอกทาง แต่สำหรับผม อาชีพทำป้ายก็ทำป้ายความสำเร็จให้ผมแล้ว แล้วพบกันใหม่ครับ
เกร็ดร้านป้ายไอเดียเมกเกอร์
ร้านป้าย ไอเดียเมกเกอร์ ตั้งอยู่เลขที่ 1402 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดงเขตดินแดง กทม. 10400 เบอร์โทรฝ่ายขาย 02-064-9556 หรือ Line:IDEA56


ว่าด้วยเรื่อง ความรวยกับคนรวย ภาค 02

ผมมีเวลาประมาน 30 นาทีก่อนทำงานอีกครั้งเลยถือโอกาสมาเขียนต่อ ตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมสามารถพิมพ์คีย์บอร์ดโดยไม่ต้องมองแป้นแล้ว ทั้งๆที่ไม่ได้เรียนพิมพ์ดีดมาก่อน ชีวิตผมตอนนี้ก็ทำหลายอย่างเปิดร้านป้ายเล็กๆ รวมถึงก็มีกิจจรรมเล็กๆน้อยคือสะสมพระเครื่อง เพื่อนบางคนก็บอกว่า ผมสะสมพระเพราะว่าเก็งราคาจริงๆ ไม่ใช่ครับอยากเก็บเพราะอยากเก็บ ส่วนเรื่องมูลค่านั้น ก็ปล่อยมันเป็นไปตามความเหมาะสมและความนิยมของรุ่นๆนั้นไป ถามว่าดูเก่งใหม ก็พอดูได้ครับ แต่ไม่ได้ช่ำชองทุกเกจิ ส่วนใหญ่ที่ผมสะสมก็เป็นพระหลวงปู่ทวดนั่นเอง

ย่อนกลับมาเมื่อตอน เขียนว่าด้วยความร่ำรวย 01   ผมเองได้เขียนเกริ่นๆขึ้นมาแล้วว่าความร่ำรวยนั้นมันจะมาหาเราเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม อย่างเพื่อนอย่างได้รถสักคัน แต่มันยังไม่ถึงเวลา แม้ว่าจะได้มามันก็เต็มด้วยความลำบากใจ เหมือนเด็กที่คลอดก่อนกำหนด มักจะเกิดจาก การกู้หนี้ยืมสินเพื่อแลกกับคำว่ามี โดยไม่สนใจว่ารายได้เรานั้นจะพอผ่อนรถคันนี้หรือเปล่า

ดังนั้นการมีทรัพย์สินที่มาพร้อมกับเวลาสมควร พร้อมทั้งมีวุฒิภาวะนั้นผมเองจึงมองว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่สุด เราจะรู้ได้ยังไงว่าเมื่อไหร่เราจะรวย อย่างแรกเราต้องมีรายได้ก่อนครับ ถ้ารายได้จากเงินเดือนนี่ค่อนข้างรวยยากครับ เพราะว่ารายรับรายจ่ายมันคงตัวจับบวกลบ แล้วเหลือเงินเป็นยอดสุทธิได้เลย ต่างจากอาชีพอิสระมันจะมีเงินเข้ามาหลายทาง แต่ต้องระวังเพราะว่ามันต้องพึ่งพาตัวเองสูงและใช้สกิลค่อนข้างมากครับ ถ้าเจ๊งก็คือเจ๊งเลย

ก่อนทำอะไรก็ควรวางแผนการตลาดให้ดีครับ ว่าเราจะผลิตสินค้าตัวนี้ให้ใคร แต่ต้องมีไม้เด็ดนะครับว่าเขาต้องซื้อของเราเพราะอะไร หากยังหาเหตุผลไม่ได้ก็เหมือนทำธุรกิจแบบตายดาบหน้าครับ ส่วนใหญ่ที่ผมเจอก็ตายจริงๆครับ พร้อมกับพับโครงการเก็บไว้แล้วหาสมัครงานประจำอีกรอบ  ส่วนธุรกิจที่ผมทำจะเจ๊งไม่ได้ครับ เพราะว่าถ้าเจ๊งมาแล้วกระทบหลายทางครับ ดังนั้นจึงค่อนข้างจริงจังกับมันมากเหมือนกันครับ แต่สไตล์การทำงานก็ยังเหมือนเดิมแบบ ข้ามาคนเดียวเหมือนกัน

ก่อนทำธุรกิจผมเองก็หาหนังสือมาอ่านหลายเล่มเหมือนกัน มีหลายๆเล่มที่ผมชอบถ้ามีโอกาสคงได้มาเขียนให้ได้อ่านกัน ผมอ่านเพื่อที่จะปิดช่องความผิดพลาดที่ยังไม่เห็น เพราะไม่รู้ว่าอะไรอยู่ข้างหน้าบ้าง ถึงตอนนี้ก็พอมองออกบ้างแล้วครับ ว่าจะต่อยอดมันไปยังไง ผมเองต้องหยุดเขียนบล็อกไว้แค่นี้ก่อนเพราะต้องออกไปทำงานแล้วครับ มีโอกาสแล้วพบกันใหม่ครับ

ว่าด้วยเรื่อง ความรวยกับคนรวย ภาค 01

ผมมีร้านประจำที่กินเหล้าว่าง่ายๆ เจ้าของร้านกับผมค่อนข้างสนิทกัน ผมคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง รู้หมดว่าเขารวยมาจากอะไร เขารวยมาจากรถเข็นข้างทาง ขายลาบขายก้อย มาเกือบ 30 ปี ผมเองก็เป็นลูกค้าเขาตั้งแต่ยุคแรกๆ จนตอนนี้เขามีตึกให้ 7-11 เช่า เห็นหลายๆคนบอกคนรวยไม่ชอบให้ถามว่าไปทำอะไรถึงรวยมา แต่ผมเองก็ไม่ใส่ใจหรอก เพราะถือว่าสนิทกัน เลยถามได้เรื่อยๆ ประสาคนอยากรวย จริงๆเรื่องที่ผมจะเขียนนี่ยาวมากนะ จนไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน เฟสบุคทำผมสติกแตก เพราะว่าไปเขียนแต่ย่อความมา จนมาเขียนอะไรยาวๆ แล้วมือหงิกไปหมด เพราะคิดว่าคนเราเวลาน้อย ถ้าจะอ่านอะไร อาจจะความอดทนน้อย แต่เอาเป็นว่าผมจะเขียนให้ยาวที่สุดแล้วกัน

ผมเริ่มจากไปตกแต่งให้ร้านเขา แล้วผมก็ทำเต็มที่ เหมือนร้านตัวเอง และผมจ่ายค่าอาหารให้เขามากกว่าค่าจ้างที่เขาจ้างผมเสียอีก ผมได้จากเขามาประมาณ 1 หมื่น แต่รวมๆแล้วผมกินอาหารร้านเขารวมๆ แล้วเป็นแสน ดังนั้นจึงเป็นการตอบแทนที่ผมค่อนข้างขาดทุน แต่เปล่าเลย มันทำให้ผมสามารถคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง รวมถึงแม้กระทั่งเรียกเขามาซ่อมไฟที่ร้านที่ก็ยังได้  ผมเองก็คิดเหมือนกัน ถ้าเขาเรียกผมไป ผมก็ต้องไป เรากลายเป็นเพื่อนบ้าน ที่บ้านไม่ติดกัน

ในกรุงเทพฯ คุณจะหามิตรดีๆ ก็ยากเต็มที ยิ่งถ้าได้เจอมิตรที่น่าคบหาก็ควรคบเอาไว้ ผมมีเพื่อนดีๆ อีกหลายคนที่จะเขียนลงในนี้ก็คงไม่หมดแน่นอน ผมกำลังคิดว่าจะแบ่งเรื่องนี้เป็น 2 ตอน หรือว่าจะเขียนลงให้หมดดี เอาเป็นว่าถ้าคุณมีแรงอ่านผมก็มีแรงเขียน

แฟนเขาเรียกผมว่า น้า …  ทั้งที่เขาอายุเยอะกว่าผม เขาบอกผมว่า น้าจอห์น เชื่อไหม ว่าคนเรา ถ้าอายุยังไม่ถึงเกณฐ์รวย ทำยังไงก็ไม่รวย คุณว่าผมจะเชื่อเขาไหม ใจหนึ่งผมเองก็ไม่อยากจะเอาอายุตัวเองไปลุ้นกับอายุที่มากขึ้น เกิดมันไม่รวยผมจะทำยังไง ชีวิตมันจะไม่ผ่านไปอย่างว่างเปล่าอย่างนั้นหรือ มันชั่งเป็นการฝากชีวิตไว้กับโชคชะตาโดยแท้ …..
อีกใจหนึ่งเมื่อมองย้อนกลับไป ชีวิตในวัยหนุ่มผมนั้น หาเงินมาได้เยอะมาก แต่ก็ไม่เคยรวย มีแต่หาได้แล้วก็ใช้จ่ายไป หาได้ใช้จ่ายไปวนอยู่แบบนั้น

คำว่า คนเรา ถ้าอายุยังไม่ถึงเกณฐ์รวย ทำยังไงก็ไม่รวย ในความหมายของเขาน่าจะหมายถึง แม้มีเงินในช่วงวัยรุ่นก็ไม่รู้จักเก็บเงินมากกว่า ได้มาใช้ไป ดังนั้นคำนี้จึงไม่เกินเลย เรื่องราวดำเนินไปไม่เท่าไหร่ ผมเองก็ต้องตัดจบอีกแล้ว เพราะว่าต้องทำงานต่อ เฮ้อ… ไว้พบกันใหม่ครับ

13 ปี REDTOR.COM

ผมเริ่มเขียนบล็อกเมื่อตอนอายุ  25 ปี  ตอนนั้น WordPress ยังไม่เกิดด้วยละมั้ง ภาพที่สามารถอับโหลดได้ตอนนี้ก็ขนาดนิดเดียวผมโหลดเอารูปเก่าๆมาดู เฮร้ย ทำไมมันเล็กขนาดนี้ เพื่อนที่เขียนผมกันก็หายไปหมด สงสัยจะหมดวัยมาเขียนบล็อกให้คนอ่านแล้ว เพราะนี่เข้าสู่ยุค Social แล้ว แต่ถ้าคนที่รู้ทันจะรู้ว่า Social มันไม่ยั่งยืนเหมือนเว็บไซต์ ยิ่งพวกทำแฟนเพจแล้วด้วย ก็ไม่สามารถ
การันตีได้ว่าจะขึ้น Feed มากน้อยเพียงใด คำว่า Feed ฟังแล้วแก่เหมือนกันนะ เหมือนคนเขียน Rss ก็เสียชีวิตไปแล้ว โลกยังหมุนเหมือนเดิม เพียงแต่โลกทุกวันนี้มันหมุนเร็วเท่าตัว

เรื่องราวของการเดินทางมันมากพอๆ กับการอับเดทของข่าวมาทุกวัน มีทั้งความทุกข์ และความสุข ทั้งเพื่อนใหม่ สังคมใหม่ การค้นหายังไม่จบ ตราบที่ยังมีลมหาย แม้มันจะเป็นลมหายใจของคนกลางคน พร้อมกับบทความที่ทักทายเพื่อนเก่า ที่โตมาด้วยกัน หลายๆคนก็ต่างแยกย้าย เพื่อหาทางที่ดีที่สุด จนถึงวันนี้ก็ไม่ได้ถามว่าเป็นอย่างไร สำหรับ Redtor แล้วมันเป็นมากกว่า บล็อกที่เขียนขึ้นชั่วคราว แต่มันยังบันทึกความทรงใจผมไว้ด้วย ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่ามันจะยังคงอยู่เสมอ จนถึงวันนี้ถ้าถามผมว่าผมเจอทางของผมหรือยัง ผมก็คงบอกว่าผมเจอแล้ว

ดูเหมือนความคิดผมไล่เรียงสับสนนะ แต่จริงมันมีรายละเอียดที่มากกกว่าเดิม เกินกว่าที่จะเขียนไว้ตรงนี้ อาจจะเป็นที่ขนาดความคิดที่มันลึกขึ้นโตขึ้น แล้วมองมาจากมุมอื่น และสังคมอื่นหากมีคนถามว่าปัจจุบันผมทำอะไรอยู่ก็ขอยังไม่ตอบนะครับ มีแต่เพื่อนใน Facebook เท่านั้นที่รู้ ซึ่งล้วนเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานาน ผมอาจจะค่อนข้างเก็บตัวและมีเพื่อนน้อย เพราะถึงจุดหนึ่งเราเอง ก็ต้องการสามารถ และคุยเท่าที่คุย เขียนเท่าที่จำเป็น เอาเป็นว่าผมจะเข้ามาเขียนบล็อกให้มากกว่าเดิมครับ เพราะเขียนเท่านี้นิ้วมือมันยังแข็งอยู่ คิดถึงเสมอครับ

 

10 ปี REDTOR.COM

www.redtor.com เรดเตอร์
จดโดเมน เมื่อ 5 สิงหาคม 2005 ตอนนี้ก็ 10 ปีกว่าแล้ว ถ้าเป็นวัยรุ่นเกิดป่านนี้ก็น่าจะอยู่วัยที่กำลังซนผมฝากข้อความสั้นๆ มาทักทาย เพราะรู้ว่าหมดสมัยที่จะเขียนคอมเมนท์ตอบกันไปมาแล้ว
ว่าขอให้เรามุ่งมั่นที่จะก้าวเดินไป หมั่นหาความรู้… ไม่มีอะไรเกินความสามารถของเรา

img0104a

กลับมาสำรวจตัวเอง ที่ตลาดเมืองไทย

ถ้าอยากเริ่มต้นขายสินค้า รู้จักตลาดเมืองนอก คงไม่พอสำหรับการขายสินค้า บางทีอะไรที่คุณเห็นว่ามันง่ายๆ อาจจะมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่แม้แต่สินค้าที่คุณคิดว่า จะไม่มีคนทำ แต่เมื่อลองค้นหาใน Google ก็อาจจะเจอผู้ขายอยู่แล้วก็ได้ เพราะว่าถ้าเราไม่ลงรายละเอียดการทำตลาดหรือแค่มองเผินๆ ก็อาจจะคิดว่าตลาดนั้นทำสบายๆ หนักๆเข้า ถึงกลับหนีคู่แข่งไปทำตลาดที่ไม่มี
ยออดขายเอาเสียเลย เช่น ขายปลาชื่อแปลกๆ ออนไลน์

ส่วนตัวผมเองแล้วต้องมาเริ่มสำรวจเหมือนกันว่าที่ตลาดมือสองนี้มีคู่แข่งคือใครบ้าง และมีการทำตลาดอยู่กี่แบบ ผมไม่แนะนำให้หนีนะ แต่ให้ศึกษาจุดอ่อนของเขาว่าแบบไหนบ้างที่เขายังไม่ได้ทำตลาด เราก็เอาเทคนิคนั้นมาทำให้ธุรกิจเราโดดเด่นขึ้นมา เช่นเว็บคู่แข่งราคาสูงมาก หรือว่าทำการตลาดไม่เก่งเท่าเรา และไม่มีการจัดส่งทางไปรษณีย์เป็นต้น มีจริงๆนะครับ ขายทางเนตแต่ให้มารับสินค้าด้วยตัวเอง

ผมกลับมาสำรวจตัวเองแล้ว พบว่า แทบไม่รู้จักใคร ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี แล้วจะทำอะไรขายดี เคยแต่ขายให้ชาวบ้าน จนไม่มีโปรดักท์เป็นของตัวเอง แถมยังติดนิสัยมักง่ายอีกด้วย ได้แต่มองดูว่าตัวเอง ไปรบต่างประเทศแล้วได้อาวุธอะไร ความรู้เรื่อง Internet Marketing พอมี เช่นเรื่องของการสร้างเว็บไซต์ จัดการ Content ของสินค้า รวมถึงเรื่องการโปรโมท
ความรู้เรื่อง SEO พอมี สมัยที่ต้องรบกันบนสนาม Amazon.com นั้นยิ่งหนักกว่านี้ เพราะว่าต้องต่อสู้กับคนทั่วโลก และเขียนเรื่องบทความ SEO มาเยอะพอสมควร

ความรู้เรื่อง Web design เริ่มออกแบบเว็บทั้งส่วนตัวและรับออกแบบของลูกค้า ทำให้มีประสบการณ์อยู่บ้างแล้ว ความรู้เรื่อง Brand และ การ Design พอมีเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ศึกษามานานแล้วครับ แต่ไม่มีในระบบมหาวิทยาลัย เพราะว่าไม่ได้เรียนมาโดดตรง รู้สึกเสียดายเหมือนกัน แต่ก็พอหาอ่านได้เพิ่มในหนังสือการตลาดทั่วไป ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ความรู้เรื่องการบริหารบุคคลพอมี เพราะว่าเรียนมาทางนี้ จะเอามาใช้งานเกี่ยวกับการดูและลูกค้า และบริการ คุณสามารถเขียนจุดแข็งของตัวเองออกมาเป็นข้อๆ แบบนี้ครับจะได้หาข้อบกพร้องของตัวเองให้ได้ หากไม่มีก็ขอเชิญหาหนังสือ อ่านได้ตามสะดวกเลยครับ ว่าคุณอ่อนด้านไหน ผมเองก็ไม่ชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน จนมาถึงเมื่อวันที่เราต้องมาประกอบธุรกิจตัวเอง เราก็ต้องเพิ่มพูนความรู้ของตัวเอง ที่เราอาจจะทำผิดพลาดไป ทั้งด้านการบริหาร และจัดการการตลาด ของตัวเองรวมทั้งให้เราสามารถจัดการ อย่างมีประสิทธิภาพได้ หรือถ้าไม่มีสามารถลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ ได้ก็คงจะลำบากแล้วแหละครับ ถ้าอยากออกมาทำธุรกิจออนไลน์ ในปัจจุบันนี้
ส่วนหนึ่งจาก ebook ผู้บ่าวไทบ้าน หาเงินล้านจาก Facebook

ขายเองตั้งกฎเองเลยจบ !!

ขายเองตั้งกฎเองเลยจบ !! หลังจากที่ผมเริ่มทำธุรกิจ ความคิดเรื่องคุมกฎก็วนเวียนเข้ามาในหัวสมองตลอด ถ้าผมยังไม่ลาออกจาก การเป็นพนักงานคนอื่น ก็ต้องอยู่ในกฎของเขาเสมอ ผมเคยโดนยกเลิกเป็นตัวแทนขาย เพราะไม่มียอดขาย เนื่องจากผมหาคนสมัครต่อได้ 100 คน ตอนแรกคิดว่าจะนอนกินค่าคอมมิสชั่น เดือนละ 6,000 บาท (รายได้เสริม) แต่ก็โดนยกเลิกเสียก่อน แถมยังเอาลูกทีมผมไปฟรีๆ น่าเจ็บใจจริงๆ ผมไม่ได้มีปัญหากับกฎนะครับ เพียงแต่ว่าถ้าเราคุมกฎได้ มันก็ยอดเยี่ยมเลย เลยเป็นที่มาของการสร้างโมเดลธุรกิจที่ศึกษามาจากเมืองนอก นำมาปรับใช้กับธุรกิจที่โมเดลเล็ก ของประเทศไทย

หลังจากที่กรำศึกกับ Amazon (เว็บขายสินค้า) กับตัวเองมาหลายปี ตั้งคำถามกับตัวเองว่า ตัวอยู่ที่ไหน แล้วใครเป็นเจ้านาย เมื่อปี 2012-2013 Amazon ตั้งกฎมากมาย เพื่ออะไรก็ไม่รู้ อย่างแรกคือออกกฎระงับ PPC คือห้ามโฆษณาผ่าน Google AdSense รวมถึงยังไล่ Ban Account อื่นๆมากมาย อย่างหาเหตุผลไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่เริ่มคิด ใครที่หัวเราะเดียวก็เจอ อย่ามั่นใจ เพราะไม่ได้คุมกฎเอง ความอึดอัดสุดๆ ทำไมต้องยอมมันทุกเรื่องวะ !!! (ห้ามตัดทิ้งด้วย)

จากแนวคิด เคยทำเมืองนอกได้ เมืองไทย ก็คงไม่ยากเท่าไหร่ ในฐานะ เจ้านายตัวเอง.. บางทีคุณอาจจะนึกไม่ออกนะว่า คนที่เคยขายของเมืองนอกมาแล้ว เขามองผ่านเมืองไทยไปแล้ว เขาจะมีความรู้สึกอย่างไร เหมือนนกที่บินไปไกลแล้ว ยอมเคยเห็นสิ่งต่างๆมากมาย จนอยากจะเขียนถ่ายทอดประสบการณ์ออกมา ในแบบที่ตัวเองได้เริ่มประยุกต์ใช้งาน กับโมเดลธุรกิจเล็กๆ แต่ว่า ช่วยให้เราสามารถสร้างรายได้ขึ้นมาได้โดยไม่ต้องพึ่งรายได้จากงานประจำ ผมเชื่อว่าถ้าไม่มีประสบการณ์ก็คงจบต้นชนปลายไม่ถูก และไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง ลองศึกษาวิธีการจากหนังสือเล่มนี้ดูครับ สนุกอย่าบอกใคร
ส่วนหนึ่งจาก ebook ผู้บ่าวไทบ้าน หาเงินล้านจาก Facebook

อีกหนึ่งธุรกิจ ขายเบอร์สวย

เพื่อนๆหลายคนที่ติดตามผมคงทราบดีนะครับ ว่าผมทำหลายๆ อย่างเช่น ขายของมือสอง ตอนนี้ผมก็หันมาจับเบอร์อีก ขายง่ายมากครับ ถ้าคิดว่ามันเป็นเรื่องงมงาย แล้ว แต่ละค่าย ที่เลือกเบอร์ สวยๆ ออกเบอร์มงคลมาด้วย คงปัญญาอ่อนทั้งหมดนั่นแหละ ครับ ความจริงคือมันมีมูลค่ามหาศาลมาก

ทำไมมันถึงสามารถทำเงินได้มาก พอๆ กับธุรกิจพระเครื่องนั่นแหละครับ ถ้าดูเป็น ต้องเรียนเพิ่มนิดหน่อย ปัจจุบันผมเปิดเว็บ Phoneber.com   ซ่อนโมเดลไว้หลายอย่างน่าเรียนรู้มากครับ ผมเองก็พึ่งมาเชื่อเรื่องตัวเลขมาไม่นานนี่เอง เพราะว่าทำอะไรก็มักจะติดขัด อย่างเบอร์เดิมผม 0875545558
นี่เลขท้าย 58 บวกกัน ได้ 13 ความหมายไม่ค่อยดีเลย เลยเปลี่ยนเบอร์ใหม่เป็น 099-1645-999
ก็รู้สึกดีขึ้นครับ  งานคล่องเงินคล่องดี

จริงๆ ถ้าเราจะขายเบอร์พวกนี้ เราต้องเชื่อก่อนนะครับ ไม่งั้น ทำไม่รุ่ง ตอนนี้ไปได้สวยครับ บวกกับมีฐาน หรือแฟนเพจ ลูกค้ากว่า 5 หมื่นคน มันก็ไปได้ไม่ยาก ผมเชื่อว่า ทำอะไรด้วยความตั้งใจ ตลาดไทยก็ทำได้หมดแหละครับ ^-^

10485371_809811095698520_3845132894134998788_n

มือถือเงินล้าน

การขายของผ่าน Fanpage นั้นทำได้ง่ายนิดเดียวครับ ยิ่งเป็นขายสินค้าด้วยมือถือนี่ยิ่งสะดวก ถ้ากล้องคมชัดยิ่งได้เปรียบไปกันใหญ่ ผมเคยเดินเข้าร้านขายเสื้อผ้าแล้วพบว่าสินค้ากำลังลดราคา แล้วประกาศขายลง Facebook

1379689_748219405191023_1441703003_n

ปรากฏว่า ขายได้ถึง 5 ตัว โดยรับออเดอร์ มาก่อนหลังจากนั้น ก็เข้าไปซื้อสินค้าให้ลูกค้า ไม่ต้องลงทุนมากครับ ดังนั้นคนที่อ่านหนังสือเล่มนี้ ถามว่าใช้ทุนเยอะไหม ผมอาจจะตอบได้ว่าไม่ต้องลงทุนก็ได้ครับ ขอแค่เรามีฐานลูกค้าเยอะอยู่แล้ว

และก็เสนอสินค้าที่ลูกค้าพอใจซื้อ กรณีเดียวกันหากเราพบสินค้าที่เห็นว่าทำกำไรได้เลย ก็ลองเอามานำเสนอลูกค้าลองดูครับ เขาจะตัดสินใจเองครับ ยังเป็นลูกค้าเก่าแล้วด้วย สามารถขายได้เลยครับ เพราะว่าลูกค้าเก่านั้นรอดูสินค้าอยู่แล้ว และสามารถตัดสินใจชื้อสินค้าและโอนเงินได้ทันที
โปรแกรมหรือว่า APP ของ Fanpage ,Facebook,หรือ Line ก็ควรติดเครื่องไว้พร้อมและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เบอร์ติดต่อ และช่องทางติดต่อก็ควรพิมพ์ไว้ที่ Note ครับ จะได้เรียกใช้ทันที และสามารถส่งข้อมูลให้ลูกค้าได้ทันเวลาอย่างรวดเร็ว และก็บัญชีพร้อมให้ลูกค้าโอนทุกเมื่อ เป็นสิ่งที่ผมขาดไม่ได้เลยต้องมีติดมือถือเอาไว้ตลอดครับ

10345836_781466388532991_3318983599078689305_n

ปกติห้างเขาก็เซลล์ตลอดนะ เราก็เอามาบวกกำไรนิดหน่อย และคิดค่าจัดส่งกับลูกค้าได้เลย ราคานี้เขาพอใจ เพราะว่าไม่รู้จะชื้อสินค้านี้ได้ที่ไหน ต้องสั่งผ่านเราเท่านั้น มีสินค้าอีกหลายชนิด ที่สามารถทำแบบนี้ได้ ถ่ายเสร็จแล้วก็รอรับออเดอร์ ได้เลย เป็นการขายที่ลงทุนน้อยที่สุด หรืออาจจะเลือกสินค้าเป็นตัวอย่างมาสักชิ้น แล้วมาจัดไฟที่ห้องก็ได้ครับ แต่ต้องคำนวณให้ดีว่ากลับไปซื้อแล้วมันคุ้มค่าคุ้มราคาใหม

ปกติบางทีผมก็ใช้มือถือ  แหละครับ อับโหลดสินค้าต่าง จากผู้ขาย รวมทั้งโพสเฟคบุค