Author: admin

  • ทหารทะเลาะกับเด็กเสริฟ

    ฉันยังไม่จ่ายค่าเบียร์ 100 บาท เพื่อนที่เป็นทหารจ่ายให้

    เด็กเสริฟบอกว่าเพื่อนยังไม่จ่าย เพื่อนยืนยันว่าจ่ายแล้ว  กูไม่โกงหรอกเงินแค่นี้
    เด็กเสริฟบอกว่า รับไปแล้วแต่ลืม…. ปากเด็กเสริฟบอกว่า ก็หนูขอโทษแล้วไงจะเอาอะไรอีก

    จะเอาอะไรอีก คำนี้ใครได้ฟังก็คงจะจัดให้อย่างแหล่ม…. เราใช้คำไม่เป็น
    (สงสัยไม่ใด้ฝึกเขียนบล็อก)

    ฉันนั่งดู ไม่มีความเห็น อารมณ์เย็นมาก
    ร้อนอย่างนี้ตีกันตายแน่คน …

    ถ้าเป็นฉันเป็นทหารฉันจะบอกว่า เราจ่ายไปแล้วนะ ตอนนั้นไง จำได้ปะ
    ถ้าฉันเป็นเด็กเสริฟ ฉันจะบอกว่า ขอโทษจริงๆ ค่ะพี่หนูลืมจริงๆ ว่าหยิบไปแล้ว

    ถ้าคนบนโลกนี้ใจเย็นแบบฉัน น่าจะแก้ปัญหาได้มากกว่ายิงกำปั้นใส่กัน….
    แต่ฉันก็คิดว่าคนบนโลกนี้ก็เหมือนปลวกนั่นแหละมีเยอะเกินไป นิสัยเลยแตกต่างกัน

    นอกจากจะแข่งอารมณ์ร้อนใส่กัน มาแข่งกันดีใหมใครจะอารมณ์เย็นกว่ากัน..
    พอฉันบอกเพื่อนว่าใจเย็นๆ ก็เข้าใจผิดกัน
    เพื่อนบอกว่าฉันเข้าข้างเด็กเสริฟ … กำ
    ก็ฉันไม่เห็นต้องโวยวายขนาดนั้น

    คนกรุงเทพฯตลกฉิบหาย อยู่บนถนน มันใช้แตรรถด่ากัน…
    กลับถึงบ้านสงสัยคุยกับเมีย … ปี๊ป ปี๊ป ลืมว่าใช้ปากพูด
    ฉันนึกในใจว่า บัดซบจริงๆ แต่ไม่เคยพูดออกมานะ ไม่รู้คนอ่านได้ยินที่ฉันคิดใหม..
    เพราะฉันไม่จำเป็นต้องพูดทุกอย่างที่คิด…

  • ทำเพื่ออะไร..ไม่ได้ถามว่าทำเพื่อใคร

    เป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าพฤติกรรมแปลกๆ ว่าทำเพื่ออะไรอยากจะบอกว่าเพื่ออะไร
    หมกมุ่นอยู่กับ Search เพื่ออะไร เพราะมันเป็นทางที่เราได้เลือกแล้ว

    ทรมานตัวเองทำไม คำตอบคือการทดสอบความอดทนของตัวเองว่าร่างกายทนไหวไหม..
    แล้วขีดจำกัดมันอยู่ตรงไหน หรือจะดับอนาถบล็อกเกอร์หนุ่มตายหน้าคอมฯ…

    ค้นหาทำไม ทำลายมันทำไม ถ้าไม่หาคำตอบแล้วใครจะตอบให้ ในร้านหนังสือหรือ
    เจาะมันทำไม ถ้าฉันไม่เจาะก็มีนักเจาะที่ไม่แสดงตัวอยู่แล้ว …

    เกรียนแตกเพื่ออะไร ก้าวร้าวเพื่ออะไร เรากล่าวคำหยาบน้อยมาก ส่วนมากเราจะเล่นแบบเสียดแทงมากกว่า  เพราะการด่าแบบตรงๆ ไม่ช่วยให้เราพัฒนาสมองด้านการคิดคำ

    คิดเองเออเองเพื่ออะไร คิดเสียว่าอ่านความเห็นส่วนตัว
    เคยคิดผิดบ้างใหม บ่อยๆ ไป แล้วถูกก็บ่อยไป …

    เขียนบล็อกเพื่ออะไร เพื่อฝึกการใช้สำนวนเท่านั้น ลองนึกดูเล่นๆว่าเขียนมันทุกวัน
    ปลายปากกาจะตวัดแบบไหน… ฝืดบ้างพริ้วบ้าง..ก็คนเขียนนิ

    ล้มเหลวเพื่ออะไร ล้มเหลวเพื่อจะได้รู้ว่าล้มเหลวเพราะอะไร
    สำเร็จเพื่ออะไร เพื่อที่จะสำเร็จโดยคนอื่นไม่รู้ว่าฉันเคยล้มเหลวเรื่องอะไร
    เชื่อสิว่าต้องมีคงตกลงจุดเดียวกับฉันที่เรียกว่าล้มเหลว ถนนเส้นเดียวกันนี่
    ตกหลุมก็คงเป็นหลุมเดียวกัน

    ก็แค่อยากรู้ว่าเราทำได้แค่ไหน ถ้าทำไม่ได้ก็ถือว่าได้ทำดีที่สุดแล้ว..

    จะเป็นคนแบบนี้อีกนานใหม…
    การสูบบุหรี่ อย่างน้อยก็ถือว่าฉันยังมีลมหายใจ…
    ผีสูบบุหรี่ไม่ใด้เพราะดูดไม่เข้าไม่มีลม

    เขียนไรว่ะอ่านยากจัง … ไม่รู้อะก็เขียนไปเรื่อยๆ ดีกว่าไม่อับบล็อกเดียวจะติดนิสัย..

  • Google เริ่มเขี่ย Web 2.0 ออกจากผล Search ตอน 3

    คงต้องเขียนใช้หนี้เป็นตอนสุดท้ายสำหรับ Google เริ่มเขี่ย Web 2.0 ซึ่งเดินทางมาเรื่อย
    สิ่งที่เราพบคือ นอกจากความพยายาม เขี่ย Web 2.0 ของ Google แล้วสิ่งที่เราต้องพบเจอ
    คือการเขี่ยออกจากจากของเว็บอีกด้วย Nothing found Topic ก็เกิดจากการลบของ
    เว็บมาสเตอร์ของเว็บ Web 2.0 อีกด้วย

    เห็นไหมครับว่าโลกนี้มีแต่สิ่งที่เรียกว่าปัญหา เพราะเหตุใดจึงเกิดการแบนกันไปกันมาจาก Search และ
    เว็บมาสเตอร์ครับ เราเรียกเสียงเหล่านี้ว่า สมดุลย์ นั่นเองครับ

    การเสีย สมดุลย์ ของ Search คือ การมีเนื้อหาที่ Spam มากเกินไปนั่นเอง
    การเสีย สมดุลย์ ของเว็บคืออะไร คือความจงใจยัง Spam เข้าไป จนเว็บ Web 2.0 ทำงานหนักเกินไป
    รูปแบบเหล่านี้ล้วนมีผลต่อ Server ของผู้ให้บริการอีกด้วย แล้วทำอย่างไร ที่จะทำให้ลงตัว

    คำตอบคือการรักษาสมดุลย์นั่นเอง ครับ Spam แต่พองาม เลี่ยงไปใช้ Account ใหม่บ้างเพื่อ
    ไม่ให้เป็นที่น่าจับตา จะเกิดอะไรขึ้นถ้า Recent Bookmark มีแต่ USER ของคุณโพสท์
    ทั้งๆ ที่มันจำเป็นที่ต้องค่อยเป็นค่อยไป

    การแบน USER ย้อนหลังแม้จะไม่พบการแบน ณ ขณะนั้น แต่เมื่อกลับมาอีกครั้งก็พบเสียแล้วว่าโดนเก็บไปแล้ว
    สิ่งที่สำคัญที่สุดของการใช้ Bookmark คงต้องขึ้นอยู่กับความเนียนแล้วแหละ

    หลายคนอาจจะถามหา Web 2.0 ในฝันแล้วละก้อ ง่ายๆเลยครับ Index เร็ว
    แล้วไม่แบน User นั่นเอง อย่างไรก็ตามบางครั้งเว็บมาสเตอร์ก็มอนิเตอร์เว็บอยู่ตลอดเวลา
    หรือระบบ User Report ด้วยกันเอง

    ท้ายเล่ม Video ทำไม Google ถึงเก็บ และเรื่องอื่นๆ

    อาจจะกล่าวโดยสรุปก่อนจบว่า ลองอ่านดูเรื่องคนละ Class น่าจะเข้าใจว่าเว็บเหล่านี้ควรเลือก
    แบบไหน ที่น่าที่จะตัดสินใจ Bookmark  เราพยายามจะเก็บข้อมูลทุกตัวเพื่อที่จะรู้จักมัน
    ก็แน่นอนละ ถ้าเราไม่มีข้อมูล เราจะเดินต่อไปได้อย่างไร..

  • แต่งรถตามคำขอ

    เต๋าบอกให้เอารถไปแต่ง จอห์นก็เลยเอาไปแต่ง

    หมดไป 7,000  แล้วก็มานั่งคิดว่า เราทำไปเพื่ออะไร งงจริงๆ เหลือครอบหน้าอีก
    สงสัยงานนี้โดนอีกแน่ๆ

    ติดครอบหน้าเข้าไป เป็นอันว่าจบโปรเจกท์แต่งรถ เขาบอกว่าหน้ามันจะเหมือนนก
    งืม สวยจริงๆนะจะ

  • Google เริ่มเขี่ย Web 2.0 ออกจากผล Search ตอน 2

    Google เขี่ย Web 2.0 ฟังดูเหมือนกว้างมากนะครับ แต่ในที่นี้เราจะกล่าวถึง Web 2.0 ประเภท Bookmark และ Submit  มากกว่าครับ เราสามารถอธิบายได้ดังนี้นะครับ

    Google ก็ไม่ใด้จงเกลียดจงชังเว็บพวกนี้หรอกนะครับ แต่ว่าเมื่อมีคนใช้ Web 2.0 เป็นช่องทาง
    ในการ Spam เนื้อหาการ Index ใน Google ดังนั้น Google เองก็ต้องป้องกันตัวเองด้วยการ
    ตัดเว็บเหล่านี้ออกจากเนื้อหาของการค้นหา หรือเรียกว่าการลดคะแนนเว็บเหล่านี้นี่เองครับ

    จะเห็นว่า Web 2.0 หมวด Social Website และ Social bookmarking  ค่อยหายไปจากหน้าของ Google และความนิยมในการโปรโมทนั้นก็น้อยลงไป กูรูก็กล่าวถึงเว็บเหล่านี้น้อยลง
    ด้วยเหตุผลด้านบน และขอบคุณที่ทนอ่านด้านล่าง

    การจากไปของ Delicious.com  นับเป็นเรื่องสุดคลาสิกของการ Bookmark ครับเพราะว่าแรกๆ
    จะเห็นว่าการ Bookmark ช่วยเรื่องของการ Index และ การจัดอันดับของเว็บที่ซับมิท

    Digg.com การเมินเฉยของ Google และ Ranking เรื่องราวของ Digg เป็นช่วงของการทำ SEO
    รุ่นกลางๆครับ เรื่องเล่าว่าบุคคลใดได้ Digg เรื่องของตัวเองใน Digg.com นั้นใช้เวลาไม่ถึง
    3 นาทีทั้งเว็บ Digg และเว็บเราที่ไปซับมิทนั้นจะ Index ทันใดเลยครับ ช่วงหนึ่งเราใช้ Digg
    ช่วยโปรโมทเว็บที่ทำ Adsense ครับ

    ปัจจุบันทั้งสอนเว็บไซต์ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ไม่พบว่าทำอันดับที่ดีใน Google แล้วครับ สำหรับคน
    ขายสินค้าอย่าง Amazon.com นั้นมักจะหูไวตาไวครับ จะเห็นอะไรที่ทำอันดับและการเปลี่ยนแปลง
    ใน Google เร็วมากครับ

    นอกจากกรณีสองเว็บที่กล่าวถึงด้านบนเรายังพบว่า มีเว็บอีกจำนวนมากที่มีลักษณะคล้ายๆกันแบบนี้
    เช่นเว็บที่ทำจาก Pligg หรือ PHPdug และ WordPress  รวมถึงหลายๆเว็บที่กล่าวถึงไม่หมดแน่ๆ

    เพราะเหตุใด  Google ถึงทำแบบนี้ คำตอบที่เปรียบเสมือนเกราะของ Google
    ที่ Google สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองนั่นเอง อาจจะกล่าวง่ายๆ เรื่องที่เกิดขึ้น เราเรียกว่า
    การกัดกร่อนคะแนนนั่นเอง

    น้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน เมื่อใดที่เว็บเหล่านั้น เริ่มโดน Spam เว็บเหล่านั้นจะเริ่ม
    ลดคะแนนลงไปเรื่อยๆ  และหายไปในที่สุด เรื่องเหล่านี้บล็อกเกอร์รู้ดีที่สุด จะเห็นว่าเว็บเหล่านั้น
    เมื่อคะแนนลด การ Index จะใช้เวลานานขึ้น ๆ และสุดท้าย Google จะไม่ Index ในที่สุด
    เหมือนฟองน้ำที่ซับน้ำไประยะหนึ่งแล้วมันจะอิ่มตัวนั่นเอง …อาจจะคิดเล่นๆว่า ก็บีบน้ำออก
    หรือเคลียร์เว็บ Spam ออกก็ทำอันดับดีเหมือนเดิมใช่ใหม คำตอบง่ายครับ แต่ Google ไม่เล่นด้วย
    ถ้าโดนตัดแต้ม กลับมายากมากครับ

    อย่างไรก็ตามเราไม่อาจจะกล่าวว่า เว็บเหล่านั้นได้ตายไปแล้ว เมื่อใดที่คุณเห็น
    ว่าเว็บนั้นกลับมาก็ตอนนั้นแหละ นะตอนนี้ผมเองก็ไม่เห็น ถ้ามันกลับมาเรื่องราวที่เคย
    Bookmark ของคุณก็จะกลับมาทำอันดับอีกครั้ง แต่ตอนสงสัยโดยกักตัวอยู่

    ติดตาม Google เริ่มเขี่ย Web 2.0 ออกจากผล Search ตอน 3 ต่อไปนะจะ
    มีเรื่องที่อยากจะเขียนจากประสบการณ์เยอะเลย รวมถึงการแสดงหา Web 2.0 ในฝันด้วย

  • โปรดกลับมาหาคนเดิมเดิม อีกครั้ง ตั้งแต่เธอเดินไป เหงาจนครวญใจ

    ตอนนี้ตีสี่ครึ่ง ผมตื่นขึ้นมาจับบล็อกอีกครั้ง เพราะผมเองได้ฝันเห็นคนรักที่เลิกกันไปแล้ว
    แสดงว่าสมองผมเอง ยังสอนให้จดจำเธอคนนี้ นี่ละมั้งที่ผมเรียกว่ารักที่หายไป

    john02.jpg

    เธอไม่ใช่คนสวยมั้ง แม้หลังๆมานี่จะสะดุดแต่คนสวยแต่ผมก็ไม่ค่อยได้จำ

    ทำไมผมถึงจำภาพเธออยู่เสมอ ในความฝันผมมักจะมีรอยยิ้ม
    มีแต่เรื่องสนุกๆ น่าแปลกไม่มีเรื่องร้ายๆในความฝันสักทีที่ผมเจอมากับตัว
    หรือว่าสมองผมเพี้ยนไปแล้ว เลือกที่จะจำแต่ช่วงเวลาที่ดีๆ  เมื่อเราพบกันใหม่ๆ
    ผู้หญิงคนนี่้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของ Redtor.com ก็ได้

    สมัยก่อนผมเป็นผู้ชายไม่เอาไหน ปากกัดตีนถีบ เธอเล่าเรื่องของคนคนหนึ่ง ที่หาเงินได้เยอะ
    ดูเหมือนเธอจะชื่นชมเขามากทีเดียว

    ส่วนฉันสิไม่มีอะไรเลย  วันนี้ฉันเป็นคนเก่งแล้วหากเทียบกับคนนั้น
    ฉันหาเงินได้มากกว่าเขาหลายเท่าด้วยฉันไม่ได้หวังโอกาสอะไร

    แต่ถ้ามีเวลากลับมามองคนนี้บ้าง … ว่าเขาก็ทำได้ไม่น้อยหน้าใคร..
    นี้แหละมั้งการลงโทษของการเอาชนะชะตาตัวเอง.. หนังหน้าอย่างฉันต้องจนตลอดชาติสินะ

    ตอนนี้ฉันมีอะไรมากกว่าเขา แต่ฉันไม่มีเธอ…. เท่านั้น
    แล้วฉันจะเอาความสำเร็จมาฝากใคร…

  • ล้า…

    ล้าแบบไหน ไม่ใช่ใจล้า…

    วันนี้ฉันออกไปเจอดารามาด้วย ก็ฉันนะสิทำงานจนลืมกินข้าว หน้าตาอย่างแมน
    แต่ว่ามันจิ้มนิ้ลงบน BB ฉันเองก็รู้แล้วแหละว่ามันไม่แมน

    ตัว…อย่างควายหน้าตาก็ดี ดันไม่แมน ฉันกินเบียร์หมดสองขวดเลยเข้ามา
    เข้าเรื่องฉันล้าดีกว่า

    ฉันมองจอไม่ชัด แต่แปลกดีนะความตั้งใจของฉันดันไม่ลดน้อยลอง
    ฉันยังจำวันที่ขาย CD ได้สามแผ่นจาก amazon ฉันคาดหวังไว้มากตอนนั้น
    เดียวนี้แม้ฉันจะขายได้ร้อยๆ แผ่น ก็ยังมุ่งมั่นเหมือนเดิม ทำไมความแข็งแกร่งเยอะขนาดนั้นสร้างมาจากไหน จอห์น เรดเตอร์  การกดดันทุกรูปแบบไงเพื่อน เจอมาหรือยัง…

    ผู้คนมากมายสงสัยฉันเกี่ยวกับการ Deindex Redtor
    เพื่อนเอยถ้าเรามีหน้ากากร้อยอัน นายจะไปแคร์ทำไมเรื่องพวกนี้ ฉันจับคีย์บอร์ดคอมโครตร้อนเลย
    มือฉันนี้ร้อนไปหมดเลย ไม่น่าใช้ AMD เลย คอมแทบละลาย….

  • เวลาที่หายไป

    ใข้เวลาทั้งวันศึกษารูปแบบของการหาเงิน Amazon พยายามหารูปแบบที่ดีที่สุด ทั้งการ index
    และการจัดอันดับ ตั้งแต่เช้า จนป่านนี้ก็ปาเข้าไป 3 ทุ่มแล้ว

    เราไม่มีเรื่องที่ต้องกังวลเลย ตอนนี้หัวใจเป็นอิสระ มีแต่หัวมึนตึบๆ เท่านั้น
    ค้างเรื่องที่ redtor ตามเคย ให้คนอ่านได้รู้ว่าเจ้าของบล็อกไม่เคยยอมแพ้ และกำลังดูวนิดา
    อย่างสบายอารมณ์ ค้างเรื่องที่เขียนไว้ตามเคย หูฟัง มือพิมพ์ ….

    ตอนนี้รู้ตัวแล้วว่าไม่ได้มีอาชีพเขียนบล็อกแต่มีอาชีพหาเงินออนไลน์นั่นเอง

  • Google เริ่มเขี่ย Web 2.0 ออกจากผล Search ตอน 1

    Starship Troopers (1997) คือภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ผู้เขียนนึกออก เนื้อเรื่องกล่าวถึง
    การรุกรานของมนุษย์จากต่างดาวที่เหมือนแมลง แมลงต่างดาวพวกนี้บุกไปดาวที่ต่างๆ เพื่อหาอาหาร เมื่ออาหารหมด ก็จะย้ายไปดาวดวงใหม่

    หากเปรียบเทียบเกี่ยวกับการทำ SEO กับ Web 2.0 ในปัจจุบันก็เปรียบเสมือน กับการที่เราเอาเว็บไปฝากจนพอใจแล้ว เมื่อพบว่าเว็บที่ฝาก ไม่สามารถทำอันดับได้หรือ Index เพิ่มได้แล้วเหล่า Affiliator ก็จะย้ายการทำมาหากินจากที่นี่ไปที่อื่นเรื่อย บทความเรื่องนี้ค่อนข้างแรง สะกิดใจคนทำ Affiliator รวมถึงผู้เขียนด้วยเช่นกัน

    นิสัยของ Affiliator คือการโกยให้มากที่สุดเท่านั้นเอง เท่าที่ผู้เขียนเคยสัมผัสมา เมื่อมีโอกาสเช่น
    พบช่องโหว่ก็สแปมเข้าไปยัดลิงค์เข้าไป แม้กระทั่งการ Spam คอมเม้นท์ก็เช่นกัน เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
    คนหาเงินออนไลน์ ต้องการอะไรที่เร็วๆ รู้ผลเร็วๆนั่นเอง

    ผู้เขียนยอมรับว่าเปิดคอมทิ้งไว้ สามวันแล้วเพื่อทำอะไรบางอย่าง ทำไมไม่เปิดครึ่งวันทำครึ่งวันละ จอห์นนี่
    เพราะอย่างที่กล่าวไว้ว่า นิสัยของ Affiliator คือการโกยให้มากที่สุดเท่านั้นเอง

    เว็บส่วนใหญ่ที่เกิดจากการโจมตีของเว็บมาสเตอร์ ที่ผู้เขียนกล่าวว่าเปรียบเสมือนแมลงที่มาจากต่างดาวนั้น
    ส่วนหนึ่งก็เริ่มต้นด้วยจากการทำอันดับมาดีๆ แล้วเว็บหาย อันนั้นยังเป็นความเสียหายส่วนน้อย แต่หนักที่สุดคือการ Deindex เว็บนั่นเอง ลองคิดดูว่า เจ้าของเว็บจะเสียรายได้จากโฆษณาไปมากเท่าไหร่

    จะเห็นว่า WordPress MUนั้นไม่พัฒนาต่อแล้ว ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะว่า WordPress
    มีความสามารถเพิ่มขึ้นหรือเหตุผลลึกๆที่เกี่ยวกับ Spam ผู้เขียนก็ได้แต่เดาไปแต่มีส่วนแน่ๆ
    เพราะว่า ผู้ให้บริการ WordPress MU ก็ล่มหายตายจากไปไม่น้อย แน่นอนผู้เขียน
    เองก็ทราบว่ามีช่องโหว่ของ Spam ด้วยเช่นกัน

    spammers ส่วนใหญ่เป็นคนไทย คำตอบนี้คงไม่ผิดมากนัก เพราะรูปแบบที่ผู้เขียนเจอนั่นมีรูปแบบคล้ายๆกัน
    แปลว่าคนไทยคงขึ้นชื่อเรื่องนี้ไม่น้อยหน้าใคร เมื่อ Google ทราบเรื่องจึงคิจะเบรคเกมส์เสริฟเว็บ Web 2.0
    ที่ปล่อยให้ส่ง Content แบบ spam เข้า Search มากเกินไปนั่นเอง

    ผู้เขียนกลับไม่กลัว spammers สิ่งทีจอห์นกลัวที่สุด คือ Search เก่งขึ้นเพราะ เอากรณีศึกษาจาก spammers
    มาพัฒนาตัวเองให้ยากยิ่งขึ้นนั่นเอง ลองนึกดูถ้าโจรใช้วิธีเดิมๆ ตำรวจก็เก่งขึ้นแบบเดียวกันนั่นแหละ
    จะบอกว่าเราต่างเรียนรู้ร่วมกันก็ไม่ผิด เมื่อทั้งสองเก่งขึ้น  มือใหม่จะยืนบนจุดไหนน่าสนใจดี
    เปรียบเสมือน มือใหม่อยู่บนโลก ที่แมลงนั้นได้กัดกินอาหารจนหมดไปแล้วนั่นเอง

    อย่าลืมตามอ่าน Google เริ่มเขี่ย Web 2.0 ตอน 2 ต่อนะจะ ไปกินกาแฟก่อง ฝากคำถามรวม
    ถึงเรื่องที่อยากรู้ได้เลยจร้า ถ้าเข้าตาพี่ดีเจ จะมาตอบให้ตอนหน้าจร้า

  • บทความแห่งการกระแดะ


    ผมตั้งใจจะขับรถไปเถียงนาที่ถนนมีแต่ตม มันเป็นแค่พาหนะแค่นี้ อย่ามากระแดะว่าเป็นเก๋ง
    หรือว่าเป็นเกวียน…

    รู้ไหมว่าอะไรอยู่ข้างหน้าคุณ  มันคือละครเรื่องหนึ่งที่คุณกำลังอ่าน
    บล็อกนี้คนอ่านเป็นนักแสดง จอห์น เรดเตอร์เป็นผู้กำกับ

    มีหลายคนพยายามจะเข้ามาช่วยผมกำกับ เขียนเรื่องนี้สิ เขียนเรื่องเราสิ
    ผมบอกว่าไม่ใด้หรอก เดียวจะหลุดคอปเซปท์

    เมื่อไหร่ที่คุณอ่าน แล้วรู้สึก โกรธ หมั่นใส้ เศร้า ซึ้ง
    นั่นแหละ….เข้าทางผู้กำกับที่ชื่อว่า จอห์น เรดเตอร์แหละ

    หลายคนกังวล ว่าฉันจะอ่านต่ออย่างไร
    ปล่อยให้ผู้กำกับเขาพาไปเถอะครับ … แกกำกับสนุกออก