*ข่าวดี Clickbank จ่ายเงินเร็วขึ้น ง่ายขึ้น

*ข่าวดี Clickbank จ่ายเงินเร็วขึ้น ง่ายขึ้น ถ้ามีเงินในนั้นนะครับ 555 อยากหัวเราะคือเมื่อก่อนนะครับ จะต้องรับเช็คก่อนสำหรับ Account ใหม่ คือประมาณว่าต้องได้รับเช็คสองใบก่อน ถึงจะจ่ายแบบ Direct Deposit ได้ครับ แต่ว่าตอนนี้ สามารถตั้งรับได้เลยหลังจากสมัครใหม่ครับ แต่ว่าต้องรอ Approve ก่อนครับ ถึงจะสามารถยืนยันได้ว่าสามารถรับเงินโอนได้เลย

เมื่อก่อนมันไม่มีเมนูนี้ขึ้นมานะครับสำหรับสมาชิกใหม่ ทำให้ผมตื่นเต้นเป็นธรรม ที่สำคัญคือสามารถเลือกได้เลยว่า จะรับเงินแบบ อาทิตย์ละครั้ง หรือสองอาทิตย์ครั้ง  ถ้าเราตั้งต่ำๆไว้ เราก็สามารถเบิกเงินออกมาได้เร็วขึ้นครับ

clickbank

ตัวอย่างตั้งขั้นต่ำให้จ่าย อาทิตย์ละครั้ง ถ้าเกิน 25$  แบบ เงินโอน โอ๊มันยอดมากได้รับเงินเร็วขึ้นแน่นอนครับ ผมนึกในใจนี้มันจ่ายแบบ Payday ของ CPA ชัดๆ ผมว่ามือใหม่มือเก่าถ้าตั้งไว้ที่ 25$ แบบนี้ได้รับเงินไม่ยากเลยครับ นี่ถ้าธนาคารลดค่าธรรมเนียมอีกนิดหน่อยนะครับ ผมว่าสุดยอดเลย

หลังจากที่ Clickbank Design ออกมาให้ก็ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นหลายๆอย่างครับ ไม่แน่นะครับ อาจจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับพวกเราก็ได้ เสริมอีกนิดนะครับ Clickbank Nickname สามารถใช้ e-mail เดียวกันเปิดได้หลาย Account ครับ ไม่ค่อยเรื่องเยอะเท่าไหร่ครับ

คุณว่า CBEngine ทำเงินมาจากไหน ?

CBEngine เป็นเว็บที่รวบรวมข้อมูลของ Clickbank นะครับสำหรับคนที่ทำ Clickbank มักจะไปหยิบยืมข้อมูลที่นี่บ่อยๆ ผมเองก็เป็นสมาชิกของที่นี่ครับ รู้สึกว่าจะจ่ายรายปี เพราะว่าตอนนั้นผมเองเข้าไปซื้อ ClickBank Storefront PHP script ใครอยากเห็นหน้าตามันก็ตามไปดูได้ ที่นี่    สคริปมันล็อคไว้นะครับ คือต้องดึงข้อมูลจาก CBEngine ตลอดนะครับ เอามาใช้เบาๆ ก็คงไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่การพึ่งพาลิงค์นี่ก็ทำผมใจหวั่นๆ เหมือนกัน ข้อดีคือสินค้าเขาอับเดทบ่อยครับ  เอามจากไหนนะเหรอ

ข้อมูลก็เอามาจาก เว็บของ Clickbank นั่นแหละครับ ผมไม่แน่ใจนะว่ามาจากหน้านี้หรือเปล่า Marketplace Feed  เขาบอกว่าเขาอับเดททุกวันครับ แต่ว่าผมก็ไม่ได้ตามเก็บทุกวันนะ แบบว่าสักเดือนหนึ่งผมค่อยอับเดทก็ยังพอไหว  เข้าประเด็นหลักดีกว่าความ 555  ผมว่านอกจาก โฆษณาในเว็บแล้วส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจาก ค่าสมาชิกนี่แหละครับ นี่อาจจะรวมถึงค่าการเข้าถึงข้อมูล สคริป และอื่นที่ผมนึกไม่ถึงครับ

ส่วนหนึ่งของรายได้ของ  CBEngine ผมว่าน่าจะมาจากรายได้ของ Clickbank ด้วยครับ ไม่รู้ว่าใครดูออกใหมเวลา ที่เราอ่านข้อมูลของเขา แล้วกดไปที่เว็บไซต์ที่เขาแสดงข้อมูลแล้วมันจะติด Nickname ของเขามาด้วยครับ

visit

ปุ่ม Visit Website ที่แสนเรียบง่าย แต่จงใจวางไว้สองตำแหน่ง มันชวนให้น่าแปลกใจ แต่นั่นมันเป็นรายได้ เมื่อกดเข้าไปก็จะติด Nickname ของผู้ขายครับ ซึ่ง Nickname ของเขาคือ info11 และ cbengine ก็คือข้อมูลที่ไม่ได้ปกปิดอะไร  สามารถเข้าไปดูได้เลย อีกอย่างคือ การขายของเขาส่วนหนึ่งก็มาจากการจัดอันดับใน google ด้วยครับ แบบนี้ Cap มาใด้ครับ แต่เสียมารยาทเกินไป ก็ขอเล่าให้ฟังแล้วกันนะครับ ว่าส่วนหนึ่ง เขาก็สามารถทำอันดับได้เหมือนกัน

แนวคิดของเว็บแบบนี้มันสอนผมอีกแบบครับ ว่าการขายสินค้า Clickbank นั้นอาจจะไม่ต้อง Hardsales  เช่น Download Down load Now ,Free e-book Keyword พวกนี้ เพราะสิ่งที่  CBEngine  สอนผมอย่างหนึ่งคือ เน้นทำอันดับใน Google ด้วย แล้วก็ชี้ทางไปยังเว็บที่ขายสินค้า Clickbank แบบไม่ต้อง Hardsale ซึ่งผมเองก็อยากจะลองแบบนั้นเหมือนกันผมว่า Url เขา Clean มากเลยครับ เช่น  cbengine.com/id/execsweats แค่นี้เองครับ ไม่มีการเก็บสินค้ามาเป็น Title ตามสมัยนิยมแต่อย่างใด บางทีคำว่า visit website อาจจะแปลว่า Order Now แบบเนียนๆ ก็เป็นได้

จับตาคู่แข่ง ในการหาเงินออนไลน์

สวัสดีครับ ถ้านับรวมๆสวัสดี น่าจะเป็นร้อยครั้งแล้ว แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มเขียนยังไงดีถ้าไม่สวัสดี ถ้าเขียนบล็อกอังกฤษก็คงจะทักทาย Hello กันตลอด 100 post ผมว่าไม่ใช่และ เพราะว่าเห็นน้อยมา จริงๆเขาเข้าประเด็นกันเลยนะ  ตอนนี้วันศุกร์ 4 โมงเย็นที่แสนสดใส  ถ้าเข้าไปดูใน Google ตอนนี้ ผมเรียกว่าคู่แข่งนะครับ ก็คือคนไทยด้วยกันนี่แหละ ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ก็ชอบนะแล้วก็มาเล่าให้ฟังว่าตอนนี้ Google มันเปลี่ยนไปอย่างไร

ตอนนี้ใน Google จะว่าไปแล้วคู่แข่งก็มีเว็บ shopping หลักๆแหละครับ พวกเว็บปั่นเนี่ยหายไปเยอะเลย เยอะจริงๆ อยากจะถามให้กด Like ว่าจริงใหม ต้องยอมรับแหละครับว่าอยู่ยากถ้าไม่พึ่งบารมีเว็บใหญ่ๆ แม้กระทั่ง Blog.yahoo.com ก็ยังถอนสมอจาก Google เรียบร้อยครับ  หรืออย่าง sourceforge นี่ก็ร่วงแล้วครับ ไม่ค่อยมีให้เห็น เอาเป็นว่าใครอยู่ใครไป และใครเป็นคู่แข่งก็สามารถดูที่ List ได้เลยครับ อันดับแรก

  • Blogspot.com ชั่วโมงนี้ต้องยกให้เขาแล้วครับ มาแรงแซงทุกโค้ง เพราะว่าไปไหนก็เจอ แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นคนไทยนี่แหละครับ
  • WordPress.com อันนี้รู้สึกว่าจะล้าลงนะครับ และก็เกิดการกวาดล้างอย่างหนัก รวมถึงอันดับที่ลดลงแล้วครับ
  • Slideshare ตัวนี้ก็มาหลาย Key ที่เดียวครับ เพราะว่าสามารถทำอันดับได้ดีมาก แต่ว่าค่อนข้างทำยากนะครับ ด้วยข้อจำกัดมาก เหมือนกันครับ
  • Freedomain ครับตัวนี้ก็หายไปเยอะเหมือนกันครับ มีหลายเจ้า โดน Deindex ไปหมดเลยครับ อ่านเพิ่มเติม กรณีของ uni.me
  • Freeblog อันนี้ยังพอมีให้เห็นอยู่บ้าง หลายคนก็อาจจะสงสัยว่าทำไมไม่เอาไปรวมกันเลยละ ผมยกไว้เลยครับ WordPress กับ Blogspot ไม่เหมือน Freeblog ทั่วไป เพราะว่าเป็นธุรกิจ และมีความทนทานมากเลยครับ นึกเล่นๆว่ามันมี server กี่ตัวครับ คิดประมาณนี้

ที่ผมลิตส์มานี่เป็นเจ้าใหญ่ๆ นะครับ คนที่ทำเว็บก็คงเห็นด้วย แต่ผมก็อยากฝากไว้อย่างนี้ครับ ว่ามันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดครับ มีขึ้นๆลงๆ อย่าง Blog.yahoo  นั้นก็หล่นลงเหมือนกันครับ สุดท้ายอย่ามองข้าง Domain ที่จดด้วยตัวเองด้วยนะครับ ตอนนี้ก็ทำอันดับไม่แย่อะไร แต่ว่ามีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยครับ

เสียโอกาส หรือได้โอกาสจาก amazon พิจารณาเอง..

เดียวผมจะเล่าให้ฟังนะ ผมเลิกเขียน e-book แล้วเปลี่ยนไปสอนออนไลน์แทน ที่ห้อง Amazon Reborn  วิดิโอเล่าถึงการเสียโอกาสจากการทำเงิน แต่มันก็ไม่เชิงหรอกนะ ขายอะไรแล้วมันก็ได้เงิน และมันจะมีเหตุผลอะไรอีก ต้องชมครับ

รักจะปั่นต้องทำใจ ~~ หรือ ระยะทำใจดี

Screen Shot 2556-06-03 at 11.40.15 PM

ก็โชว์ทราฟริกได้ ไม่อายสื่อ ก็เล่าให้ฟังในช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมเจอการเปลี่ยนแปลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า มือใหม่ไม่ต้องพูดถึง ถ้าเจอแบบนี้ผมว่าอาจจะท้อ แต่สำหรับผมแล้วมันเลยจุดนั้นมานานแล้ว มันมีทั้งขึ้นทั้งลง ก็เป็นแบบนี้แหละครับ อย่างที่บอกรายได้เดือนหนึ่งมันเลี้ยงคุณได้หลายเดือนเลย ผมเจอมาเยอะแล้วครับ เหมือนอยู่กับมัน มีขึ้นมีลง และก็พยายามหาเหตุผลที่ครั้งผมจึงเป็นคนค่อนข้างน่ากลัว

กราฟผมก็แบบนี้แหละครับ แต่ว่าคำตอบที่ดีที่สุดที่ผมเจอตอนนี้คือ การทำอะไรด้วยตัวเอง และ ทำเพียงคนเดียวครับ ทำให้ผมไปรุ่งมากกว่า ตอนนี้ผมก็พอใจกับทราฟริกตัวเองนะครับ ก็บอกตามตรงแหละครับว่าที่ทราฟริกผมขึ้นๆลงๆ แบบนี้มาจาก โดเมนฟรีนั่นเองครับ เพราะว่ามันโดนไปเยอะ ช่วงหนึ่งตอนนี้ทราฟริกผมกลับมาแล้วครับ เพราะว่าผมจดโดเมนฟรีเอง ผมทำแบบไหนนะเหรอครับ ถึงได้กลับมา ผมเล่าคร่าวๆ แล้วกันนะครับ

ผมมีสคริปหลายชุด ผมทดสอบ สคริปกับ โดเมนต่างๆ ครับ ทั้ง .com ,info,net เพื่อหาอันดับที่ดีของสคริปครับ คือผมพยายามทำให้มัน Index แล้วก็เช็คอันดับครับ สคริปไหนทำอันดับไม่ได้ผมก็ไม่ทำต่อครับ และก็เลือกสคริปที่เข้าชุดกับ Domain ดูทั้งปริมาณลิงค์ออกลิงค์เข้าด้วยครับ ตอนแรกผมตัดลิงค์ออกไปหมดเลยครับ เพื่อดูว่าลิงค์ออกนั้นมีผลต่อ Index หรือ Deindex หรือไม่ครับ

หนักๆเข้าก็ถึงขนาด Script ไม่ Index ครับ สาเหตุที่สคริปไม่ Index เนื่องจากโดนกรองโดย Google ก็มีนะครับ พยายามที่จะเอา Text นั้นออกไป สารภาพว่าผมพยายามเลียนแบบ Index ของ Wikispaces  ของพวกนี้มัน Clone กันออกมาได้ครับ ผมอยากให้มัน List item ออกมาใน google ครับ แต่ว่า google มันไม่ยอม Index ผมก็เลยมานั่งหัวเราะ 555 หลังจากนั้นก็เอา <div> ปรากฏว่าก็ Index เหมือนเดิม อย่าง Google rich snippets‎  อันนี่้ก็ Index ยากแล้วครับ หรือแม้แต่โดนถอดภายหลัง อันนี้ Case ผมนะครับ มันไม่ยอม Index ผมเลยเอาออกไปแล้วก็กลับมา Index  เหมือนเดิม

มี Case หลาย Case ที่เดียวที่มันแยกให้มันต้องคิดเช่นเรื่อง Amazon api ส่งผลให้เราถูก Deindex เร็วขึ้นหรือไม่แบบนี้ก็น่าคิดครับ ซึ่งมันสามารถตั้งคำถามได้หลายๆคำถามครับ อันนี้ผมอาจจะคิดเยอะไปหน่อยเพราะว่าเรื่อง duplicate content ก็ชวนเรียกแขก Google เหลือเกิน

ถ้าถามผมว่าปัจจัยใดบ้างที่เกี่ยวข้องตอนนี้ เราต้องแยกโจทย์ของเราให้ออกครับ  โจทย์ที่ว่านี้คือ  โจทก์ ที่หมายถึงคู่กรณีเรามีใครบ้่าง ไม่ว่าจะเป็น Google ,Amazon หรือ Bot หรือ Backlink  ล้วนแต่เป็น โจทก์ ของเราทั้งนั้นแหละครับ ถึงตอนนี้คุณต้องแยกให้ออกมาว่า โจทก์ แต่ละมันมีอะไรบ้างเช่น Case ของ amazon มันแบนเราเพราะอะไร หรือเรายัง API ได้เยอะแค่ไหน เราไม่ต้องใช้ API ได้หรือไม่ จะลิตส์ข้องสังเกตออกมาได้ยาวเป็นหางว่าเลยทีเดียวครับ

ในมุมของ Google ก็เช่นกัน ทำไมมัน Deindex เราทำไมมันไม่ยอม Deindex สคริปนี้สามารถ Index ได้นานแค่ไหน ควรใช้ สคริปนี้กับ Domain ไหนดี เรื่องที่ผมเขียนนี่เป็นเรื่องสนุกๆ นะครับมันจะแฝงอะไรหลายๆอย่างที่เชื่อว่า หลายท่านมีโอกาสเจอแน่นอนครับ ..

กรณีศึกษาของ UNI.me การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

ณ.น้ำตกเอราวัณ กาญจนบุรี
ณ.น้ำตกเอราวัณ กาญจนบุรี

ก็ไม่รู้จะใส่รูปอะไร ก็เลยใส่รูปตัวเองแบบไม่มีเหตุผล เรื่องที่จะเล่าอาจจะมีความซับซ้อนหน่อยนะครับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ได้เขียนบล็อกนานเลย เพราะว่ามัวแต่รบกันไปมา เราเองต้องยอมรับนะครับว่าใช้เวลานานกว่าจะทำเว็บเสร็จแล้วมันก็มาตัดฉับแค่ครั้งเดียว มันทำให้เราต้องศึกษาที่ผมเห็นสองจุดใหญ่ที่ Google ดังนี้ครับ

  • Deindex คือไม่เหลือ Index เลยแบบ redtor.com นี่แหละครับ แต่ว่าผมโดน Deindex มาแล้วสามรอบผมก็เลยเฉยๆ อีกอย่างผมมี Fanpage ที่ตุนไว้แล้วครับที่ redtorian ผมแค่แชร์บทความนี้ก็มีคนเข้ามาอ่านแล้วครับ  บางทีคนก็เข้ามาจาก Google แบบขามั่วนะครับ ซึ่งไม่เหมือนคนที่ตามงานเรา 
  • ไม่ Deindex  แต่ว่า Index ปกติครับ แต่ว่าไม่เจออันดับครับ รวมถึง Index ช้าครับ ผมเคยเปรียบ Google index เหมือนฟองน้ำนะครับ คือซับน้ำเยอะ หรือ Index เยอะๆ มันก็จะซับน้ำได้ช้าลง และน้อยลง

กรณีศึกษาของ UNI.me การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นพร้อมกัน นี่คือ Main ของ Topic นี้นะครับ จะเขียนเล่าให้ฟังจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อ เว็บมาสเตอร์ uni.me กับผมออนไลน์พร้อมกัน  คิดว่าผมมีข้อมูลเยอะพอดูครับ

เรื่องมันเริ่มเมื่อเว็บของ UNI.me นั้นมีโดเมนย่อยทำอันดับได้ดีครับ หลังจากนั้นก็มีสมาชิกขาปั่นเข้าไปใช้บริการกัน แต่ว่า UNI.me ดันอยากหาเงินเพิ่มครับ โดยการใช้ Pro ก่อนก็มีคนจดโดเมนไปเยอะเลยครับ คนละ 1000-2000 บางคนก็หมื่น พร้อมกับบริการของ UNI.me ที่เพิ่มโดเมนใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มครับ พร้อมทั้ง การรันตี Google Index ใครจะกล้าขนาดนั้น

ผลที่ได้คือ UNI.me โดนสอยโดเมนไปเกือบหมดครับ พร้อมกับเปิดบริการเก็บเงินพอดี และเว็บก็ติดๆดับๆ เพราะว่าโดนจดโดเมนไปเยอะครับ ทำให้ต้อง Reset อะไรบางอย่าง ถึงขนาดปิดปรับปรุงไปเลยทีเดียว หลังจากนั้นก็ปรับเป็นแบบเก็บเงินครับ แต่ไม่จำกัดโดเมนเหมือนกัน ถ้าใครเคยอ่านเรื่อง CNAME  แล้วจะขนลุก นั่นคือสาเหตุของ UNI.me ที่โดน Deindex วันเว้นวัน เพราะว่าเราไม่รู้ว่าเขาจะเอาโดเมนเราไปใช้แบบไหน  หลังจากนั้นเลยออกกฏใหม่ครับ จดได้ไม่เกินวันละ 25 โดเมน

Screen Shot 2556-05-16 at 11.52.40 AM

ที่ผมบอกเราออนไลน์พร้อมๆกันก็เพราะ เมื่อกี้ (ผมหมายถึงเมื่อคืน มันยังไม่มี )

Screen Shot 2556-05-16 at 11.55.04 AM

ต่อมาก็ไม่ยอมให้ระบุ Ns ครับ แอบกดเข้าไปอ่านแล้วพบดังนี้ครับ

Screen Shot 2556-05-16 at 11.56.32 AM

ต่อไปอาจจะใช้ Nameserver ไม่ใด้ครับสำหรับ  Domain ที่เหลือ การจำกัดการจดโดเมนในแต่ละวัน รวมถึงการป้องกันการใช้งาน Nameserver ก็ล้วนเป็นส่วนหนึ่งครับ ที่ช่วยให้โดเมนอยู่ได้นานขึ้น ที่น่าแปลกใจคือเว็บส่วนหนึ่งก็ดำเนินไป ทั้งที่แก้เว็บยังไม่เสร็จ ก็ถือว่าทีมงานทำงานแบบรวดเร็ว และก็ Monitor Google รวมถึงยังมีผม Google และ Amazon อีกคนครับ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เล่ามา

Rare Item นานๆมาที

Screen Shot 2556-04-27 at 8.28.04 AM

ภาพแสดงคอมมิสชั่นที่จอห์นขาย  

ผมก็อยากขายของแพงๆนะ แต่ว่ามันไม่ค่อยมา คุณเชื่อใหมคนที่ได้  2-300 ต่อวันหรือว่าวันละ 1000$  พวกนั้นเทพ SEO เชียวนะ เพราะว่ามันทำ อันดับยาก เว็บมาสเตอร์ต้องเชียวเรื่องสคริปมาก ถึงจะดันเว็บตัวเองขึ้นไปในระดับนั้นได้ ผมไม่เก่งขนาดนั้น ก็เลยขายเล็กขายน้อย  ค่าคอมบางทีก็เริ่มที่ 0.06 $ แค่นั้นเอง แต่ผมขายไม่เลือกนะ ผมขายทุกอย่างจริงๆ

ผมมานั่งพิจารณาค่าคอมตัวเองแล้วเพลีย เพราะว่ามันทำให้ผมรวยไม่ได้ มันแค่พออยู่พอกิน ถ้าคุณต้องการแบบไหนก็เลือกไปเถิด จะว่าไปแล้วของแพงมันก็ขายได้นะ แต่ว่าแบบนานๆมาที ผมทำแบบนั้นทุกวันไม่ใด้ เพราะว่ารู้ตัวดีว่าเครื่องมือไม่ถึง อาศัยเน้นเกิน % จาก Rate และขายได้ทุกวันมากกว่า

ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะดันมันขึ้นไปนะสินค้าแพงๆ แต่ก็เพลียเพราะว่าไม่มี Network แต่ที่เป็นอยู่ก็สามารถทำยอดได้วันละ 40 ออเดอร์สบายๆ แต่อีกใจก็หวั่นเรื่องของ Google เพราะว่า Google จะไม่ยอมให้อยู่นานๆ

Screen Shot 2556-04-27 at 8.37.45 AM

อย่างไรก็ตาม เทคนิกที่ผมใช้ก็กินทราฟริกมาเดือนกว่าแล้วครับ เอาเป็นว่าเดือนที่ผ่านมา ผมก็ทำเงินได้ สิ่งที่ผมต้องการคือ คงที่แบบนี้สัก  3-4 เดือน แบบไม่ต้องดิ้นรน แค่นี้ก็น่าจะสบายๆแล้วครับชีวิต จะว่าไปแล้วเรื่องการพิจารณา Keyword จาก Google ผมทำน้อยนะ ผมดูจากทราฟริกอย่างเดียว

ถ้าทราฟริก ไม่ลด แปลว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่ Google

เป็นเรื่องจริงนะครับ เพราะว่าถ้ามีการเปลี่ยนแปลงอังกลอริทึ่มทราฟริกจะต้องเปลี่ยนแปลง ไม่เพิ่มขึ้นมากก็ลดลงมา อันนี้เขาเรียกยังรักษามาตรฐานและค่าเฉลี่ยได้ดี ปกติการทำเว็บมักจะหากินได้ช่วงหนึ่ง ถ้าใครเคยปั่น WordPress จะเข้าใจเรื่องนี้ดี คือ Google จะปล่อยให้เราขึ้นก่อน หลังจากนั้นก็จะสอยเรา หลังจากนั้นก็ไม่สามารถทำอันดับได้แล้วมาถึงจุดจบประมาณ สองอาทิตย์ครับ

สินค้าแพงๆ ที่ขายออก คือ Rare Item ถ้ามาก็ถือว่ามีโชค ต่างจากคนเก่งที่เขาจะสามารถขายได้ประจำทุกวัน และทำเงินรวมๆ มหาศาลครับ

นี่ไง 1000$ ใน 20 วัน

Screen Shot 2556-04-22 at 10.00.36 PM

ผมมานั่งพิจารณาแล้วอะไรคือสิ่งที่ผมต้องการจริงๆ เอาจริงๆนะผมไม่อยากได้เยอะขนาดนั้น ผมอยากได้แบบไหนรู้ใหม ได้ไปเรื่อยๆๆ  ขายได้ทุกวันๆ ไม่ต้องโป้งป้างก็ได้ ผมเบื่อ และผมกลัวด้วย ผมอยากไปเรื่อย ผมนั่งมอง Stat ตัวเองด้วยความสุข คือสิ่งหนึ่งที่มันเห็นชัดคือ คุณเองไม่ต้องลุ้นว่าวันนี้คุณขายใด้ใหม ????

Screen Shot 2556-04-23 at 8.05.09 AM

Stat บอกอะไรคุณ บอกว่าคืนนี้ ไม่ต้องกลัวจะไม่มียอด ไปรอเชคยอดได้เลย ว่าจะขายได้เท่าไหร่กี่ออเดอร์ และยังบอกคุณอีกว่ายังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง วันที่ 20 ที่ทราฟริกลด เพราะว่า เว็บล่ม google ไม่ใด้มี Effect อะไรกับเว็บเราเลยซึ่งเราก็ทราบดี หลังจากนั้นทราฟิก ก็กลับมาปกติ

ผมนั่งกินนอนกินมา 3 อาทิตย์แล้วกับทราฟริกแบบนี้ และผมคิดว่ามันจะอยู่ไปเรื่อยๆ และทำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผมก็ชอบรวยเร็วๆนะ แต่คิดแล้วไม่เอาหรอก  ผมเองไม่ต้องลุ้นแล้วว่าจะขายได้ใหม เพราะทราฟริกคือ Money ดีๆนี่เอง และอีกอย่างนะ มันเยี่ยมมากกับวิธีการทำเงินแบบนี้

ถ้ามีทราฟริกเสียอย่างทำเงินแบบไหนก็ได้แล้ว อย่าไปคิดมากแม้ยอดเงินมันจะไม่แรงนะแต่ว่ายอดมันน่าพอใจมากทีเดียว

44405_591009750911990_1487911506_n

ถ้าคุณมีทราฟริกวันละ 1000 คนเข้าเว็บซื้อสินค้านะครับ คุณจะสามารถขายได้ 40 กว่าออเดอร์แน่นอน และที่สำคัญคือ ค่าคอมตาม Rate นี่ทำเงินมหาศาลเลยครับ มันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บางวันโชคดีของแพงออกก็สบายตัว ผมเน้นขายของแพงในหมวดอื่นครับ อย่างหมวด Home Garden และพวกครัวเนี่ย ราคาแค่ 40$ ก็ทำเงินมหาศาลแล้ว โดยรวมๆวันหนึ่ง

ผมว่า WordPress ไม่เหมาะสำหรับขาย Amazon

อาจจะขัดใจหลายคนนะ แต่มันจะดีมากถ้าลองอ่านความเห็นผมจะยกเมฆ เอร้ยยจะเล่าต่อไปนี้ อันดับแรกเลยผมนี่แหละขาย amazon ผ่าน WordPress ตัวพ่อ ผมชำนาญ WordPress ในระดับหนึ่งนะ ก็ใช้มา 6-7 ปีแหละอย่าง Redtor เนี่ยก็ใช้ WordPress และ CMS  ผสมกันในช่วงแรก เรียกว่าเอาตั้งแต่ติดตั้ง Database ไม่เป็นเลยเชียวแหละ เรียกว่า งง ตึบตั้งแต่  Databse name Database User กันเลยทีเดียว

528440_584280674918231_889071036_n

เอารูปมาใส่เยอะๆ แก้เขินเดียวบทความจะไม่ยาว นี่แหละนิสัย (ร้านมนต์ ตรงเสาชิงช้า)
ถ้าหาสิ่งที่ผมจะลิตส์ขึ้นมาอาจจะทำให้เพื่อนๆ เห็นด้วยผมก็ยินดี WordPress ไม่เหมาะสำหรับใช้งานหนักขนาดนั้น หลายๆคนคงเคยอัดสินค้าเข้าไปเยอะๆ สัก 5 หมื่น Asin เท่านั้นแหละ อาการ Database บวมก็จะโผล่มาให้เห็น ยิ่ง Content เยอะๆ จะเกิดอาการกด Publish ไม่ไป เหมือนมันจุก ยังกะกินขนมปัง 555 ดึงมาเกี่ยวจนได้

ที่นี่ผมก็คงต้องเขียนชม WordPress ก่อนสินะ ถึงจะถูกใจท่านผู้อ่าน แต่ว่าด้วยความคิดด้านบนก็เริ่มมาตั้งคำถามว่ามันจริงใหม ยิ่งเป็น Multisite แล้วด้วยยิ่งจะเห็นอาการหนัก ถ้าใครเข้าไปดูใน Database นะจะเห็นว่า Table ยาวเป็นหางว่าว สยองดี

ส่วนตัวแล้วผมว่าสคริปน่าจะเหมาะสำหรับขาย amazon มากกว่านะทำแบบไม่ต้องคิดมาก Config แล้วก็โยนๆ ง่ายดี ถ้าโดนเก็บก็ย้ายไปทำโดเมนใหม่ ผมเขียนหลายอย่างนะเรื่องสคริปและอื่นๆ ลองไล่อ่านด้านล่างๆ หรือบทความเก่าๆลองดู ต้องยอมรับนะว่าบทความผมสามารถอ่านได้เรื่อยๆ เพราะว่ามันถูกเขียนขึ้นมาอย่างกลางๆ ลองดูนะว่าเหตุผลที่ผมยกด้านล่าง มันจะพอหักล้างความคิดของคุณที่คิดว่า WordPress นั้นดีเยี่ยมขนาดไหน ขนาดผมใช้ WordPress ก็ไม่ได้เข้าข้างนะ ดีผมก็ว่าดี

  • WordPress นั้นกิน Database ข้อแรกเลยนะ สำหรับทำบล็อกธรรมดาอย่าง Redtor เนี่ย ผมว่า WordPress เอาอยู่สบายๆ 
  • WordPres ชอบสร้าง Process เองกิน CPU จะว่าไปแล้วนะ อย่าง Redtor เนี่ยแทบไม่เห็น Process ขึ้นใน CPU ของ Server เลยนะ แต่จะไปขึ้นในส่วนของ บล็อกปั่นนี่แหละ
  • ระบบของ WordPress นั้นถูกสอนให้อับเดทตัวเอง ประมาณว่า อาการเน็ตรั่วของ iPhone นั่นแหละ รวมถึงยังเป็นแหล่งของ Spam Comment ด้วย
  • การย้ายข้อมูลสินค้าทำได้ยาก รวมถึงติดตั้งได้ยาก ลองนึกดูถ้าคุณมี Database สัก 500 MB เพราะว่ามันบรรจุไปด้วยสินค้ากว่า แสนชนิด และคอมเม้นม์อะไรก็ไม่รู้อีกอื้อเลย รวมถึงยังถูก Config กับเว็บเดิมอีกด้วย ทีนี่อาการปวดหัวก็เริ่มและ
  • ปรับแต่ง Content ลำบาก ก็ลองคิดดูสิถ้าคุณมีแสนบทความ แสนสินค้า amazon ถ้าอัดเข้าไปใน Database แล้วเวลาแก้ Taging ID แล้วอะไรจะเกิดขึ้น แค่คิดก็ขนลุกแล้ว

นี่คือส่วนหนึ่งที่ผมกล่าวถึง WordPress ในความไม่เหมาะเท่านั้น แน่นอนความดีมันก็มีอยู่กล่าวคือ มัน Index เร็วและก็ใช้งานง่าย แต่ว่าการใช้งานง่ายก็ไม่ใด้แปลว่า จะย้าย  Content ง่ายด้วยนะ..