ว่าด้วยเรื่อง ความรวยกับคนรวย ภาค 01

ผมมีร้านประจำที่กินเหล้าว่าง่ายๆ เจ้าของร้านกับผมค่อนข้างสนิทกัน ผมคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง รู้หมดว่าเขารวยมาจากอะไร เขารวยมาจากรถเข็นข้างทาง ขายลาบขายก้อย มาเกือบ 30 ปี ผมเองก็เป็นลูกค้าเขาตั้งแต่ยุคแรกๆ จนตอนนี้เขามีตึกให้ 7-11 เช่า เห็นหลายๆคนบอกคนรวยไม่ชอบให้ถามว่าไปทำอะไรถึงรวยมา แต่ผมเองก็ไม่ใส่ใจหรอก เพราะถือว่าสนิทกัน เลยถามได้เรื่อยๆ ประสาคนอยากรวย จริงๆเรื่องที่ผมจะเขียนนี่ยาวมากนะ จนไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน เฟสบุคทำผมสติกแตก เพราะว่าไปเขียนแต่ย่อความมา จนมาเขียนอะไรยาวๆ แล้วมือหงิกไปหมด เพราะคิดว่าคนเราเวลาน้อย ถ้าจะอ่านอะไร อาจจะความอดทนน้อย แต่เอาเป็นว่าผมจะเขียนให้ยาวที่สุดแล้วกัน

ผมเริ่มจากไปตกแต่งให้ร้านเขา แล้วผมก็ทำเต็มที่ เหมือนร้านตัวเอง และผมจ่ายค่าอาหารให้เขามากกว่าค่าจ้างที่เขาจ้างผมเสียอีก ผมได้จากเขามาประมาณ 1 หมื่น แต่รวมๆแล้วผมกินอาหารร้านเขารวมๆ แล้วเป็นแสน ดังนั้นจึงเป็นการตอบแทนที่ผมค่อนข้างขาดทุน แต่เปล่าเลย มันทำให้ผมสามารถคุยกับเขาได้ทุกเรื่อง รวมถึงแม้กระทั่งเรียกเขามาซ่อมไฟที่ร้านที่ก็ยังได้  ผมเองก็คิดเหมือนกัน ถ้าเขาเรียกผมไป ผมก็ต้องไป เรากลายเป็นเพื่อนบ้าน ที่บ้านไม่ติดกัน

ในกรุงเทพฯ คุณจะหามิตรดีๆ ก็ยากเต็มที ยิ่งถ้าได้เจอมิตรที่น่าคบหาก็ควรคบเอาไว้ ผมมีเพื่อนดีๆ อีกหลายคนที่จะเขียนลงในนี้ก็คงไม่หมดแน่นอน ผมกำลังคิดว่าจะแบ่งเรื่องนี้เป็น 2 ตอน หรือว่าจะเขียนลงให้หมดดี เอาเป็นว่าถ้าคุณมีแรงอ่านผมก็มีแรงเขียน

แฟนเขาเรียกผมว่า น้า …  ทั้งที่เขาอายุเยอะกว่าผม เขาบอกผมว่า น้าจอห์น เชื่อไหม ว่าคนเรา ถ้าอายุยังไม่ถึงเกณฐ์รวย ทำยังไงก็ไม่รวย คุณว่าผมจะเชื่อเขาไหม ใจหนึ่งผมเองก็ไม่อยากจะเอาอายุตัวเองไปลุ้นกับอายุที่มากขึ้น เกิดมันไม่รวยผมจะทำยังไง ชีวิตมันจะไม่ผ่านไปอย่างว่างเปล่าอย่างนั้นหรือ มันชั่งเป็นการฝากชีวิตไว้กับโชคชะตาโดยแท้ …..
อีกใจหนึ่งเมื่อมองย้อนกลับไป ชีวิตในวัยหนุ่มผมนั้น หาเงินมาได้เยอะมาก แต่ก็ไม่เคยรวย มีแต่หาได้แล้วก็ใช้จ่ายไป หาได้ใช้จ่ายไปวนอยู่แบบนั้น

คำว่า คนเรา ถ้าอายุยังไม่ถึงเกณฐ์รวย ทำยังไงก็ไม่รวย ในความหมายของเขาน่าจะหมายถึง แม้มีเงินในช่วงวัยรุ่นก็ไม่รู้จักเก็บเงินมากกว่า ได้มาใช้ไป ดังนั้นคำนี้จึงไม่เกินเลย เรื่องราวดำเนินไปไม่เท่าไหร่ ผมเองก็ต้องตัดจบอีกแล้ว เพราะว่าต้องทำงานต่อ เฮ้อ… ไว้พบกันใหม่ครับ

13 ปี REDTOR.COM

ผมเริ่มเขียนบล็อกเมื่อตอนอายุ  25 ปี  ตอนนั้น WordPress ยังไม่เกิดด้วยละมั้ง ภาพที่สามารถอับโหลดได้ตอนนี้ก็ขนาดนิดเดียวผมโหลดเอารูปเก่าๆมาดู เฮร้ย ทำไมมันเล็กขนาดนี้ เพื่อนที่เขียนผมกันก็หายไปหมด สงสัยจะหมดวัยมาเขียนบล็อกให้คนอ่านแล้ว เพราะนี่เข้าสู่ยุค Social แล้ว แต่ถ้าคนที่รู้ทันจะรู้ว่า Social มันไม่ยั่งยืนเหมือนเว็บไซต์ ยิ่งพวกทำแฟนเพจแล้วด้วย ก็ไม่สามารถ
การันตีได้ว่าจะขึ้น Feed มากน้อยเพียงใด คำว่า Feed ฟังแล้วแก่เหมือนกันนะ เหมือนคนเขียน Rss ก็เสียชีวิตไปแล้ว โลกยังหมุนเหมือนเดิม เพียงแต่โลกทุกวันนี้มันหมุนเร็วเท่าตัว

เรื่องราวของการเดินทางมันมากพอๆ กับการอับเดทของข่าวมาทุกวัน มีทั้งความทุกข์ และความสุข ทั้งเพื่อนใหม่ สังคมใหม่ การค้นหายังไม่จบ ตราบที่ยังมีลมหาย แม้มันจะเป็นลมหายใจของคนกลางคน พร้อมกับบทความที่ทักทายเพื่อนเก่า ที่โตมาด้วยกัน หลายๆคนก็ต่างแยกย้าย เพื่อหาทางที่ดีที่สุด จนถึงวันนี้ก็ไม่ได้ถามว่าเป็นอย่างไร สำหรับ Redtor แล้วมันเป็นมากกว่า บล็อกที่เขียนขึ้นชั่วคราว แต่มันยังบันทึกความทรงใจผมไว้ด้วย ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจว่ามันจะยังคงอยู่เสมอ จนถึงวันนี้ถ้าถามผมว่าผมเจอทางของผมหรือยัง ผมก็คงบอกว่าผมเจอแล้ว

ดูเหมือนความคิดผมไล่เรียงสับสนนะ แต่จริงมันมีรายละเอียดที่มากกกว่าเดิม เกินกว่าที่จะเขียนไว้ตรงนี้ อาจจะเป็นที่ขนาดความคิดที่มันลึกขึ้นโตขึ้น แล้วมองมาจากมุมอื่น และสังคมอื่นหากมีคนถามว่าปัจจุบันผมทำอะไรอยู่ก็ขอยังไม่ตอบนะครับ มีแต่เพื่อนใน Facebook เท่านั้นที่รู้ ซึ่งล้วนเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานาน ผมอาจจะค่อนข้างเก็บตัวและมีเพื่อนน้อย เพราะถึงจุดหนึ่งเราเอง ก็ต้องการสามารถ และคุยเท่าที่คุย เขียนเท่าที่จำเป็น เอาเป็นว่าผมจะเข้ามาเขียนบล็อกให้มากกว่าเดิมครับ เพราะเขียนเท่านี้นิ้วมือมันยังแข็งอยู่ คิดถึงเสมอครับ

 

10 ปี REDTOR.COM

www.redtor.com เรดเตอร์
จดโดเมน เมื่อ 5 สิงหาคม 2005 ตอนนี้ก็ 10 ปีกว่าแล้ว ถ้าเป็นวัยรุ่นเกิดป่านนี้ก็น่าจะอยู่วัยที่กำลังซนผมฝากข้อความสั้นๆ มาทักทาย เพราะรู้ว่าหมดสมัยที่จะเขียนคอมเมนท์ตอบกันไปมาแล้ว
ว่าขอให้เรามุ่งมั่นที่จะก้าวเดินไป หมั่นหาความรู้… ไม่มีอะไรเกินความสามารถของเรา

img0104a

กลับมาสำรวจตัวเอง ที่ตลาดเมืองไทย

ถ้าอยากเริ่มต้นขายสินค้า รู้จักตลาดเมืองนอก คงไม่พอสำหรับการขายสินค้า บางทีอะไรที่คุณเห็นว่ามันง่ายๆ อาจจะมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่แม้แต่สินค้าที่คุณคิดว่า จะไม่มีคนทำ แต่เมื่อลองค้นหาใน Google ก็อาจจะเจอผู้ขายอยู่แล้วก็ได้ เพราะว่าถ้าเราไม่ลงรายละเอียดการทำตลาดหรือแค่มองเผินๆ ก็อาจจะคิดว่าตลาดนั้นทำสบายๆ หนักๆเข้า ถึงกลับหนีคู่แข่งไปทำตลาดที่ไม่มี
ยออดขายเอาเสียเลย เช่น ขายปลาชื่อแปลกๆ ออนไลน์

ส่วนตัวผมเองแล้วต้องมาเริ่มสำรวจเหมือนกันว่าที่ตลาดมือสองนี้มีคู่แข่งคือใครบ้าง และมีการทำตลาดอยู่กี่แบบ ผมไม่แนะนำให้หนีนะ แต่ให้ศึกษาจุดอ่อนของเขาว่าแบบไหนบ้างที่เขายังไม่ได้ทำตลาด เราก็เอาเทคนิคนั้นมาทำให้ธุรกิจเราโดดเด่นขึ้นมา เช่นเว็บคู่แข่งราคาสูงมาก หรือว่าทำการตลาดไม่เก่งเท่าเรา และไม่มีการจัดส่งทางไปรษณีย์เป็นต้น มีจริงๆนะครับ ขายทางเนตแต่ให้มารับสินค้าด้วยตัวเอง

ผมกลับมาสำรวจตัวเองแล้ว พบว่า แทบไม่รู้จักใคร ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี แล้วจะทำอะไรขายดี เคยแต่ขายให้ชาวบ้าน จนไม่มีโปรดักท์เป็นของตัวเอง แถมยังติดนิสัยมักง่ายอีกด้วย ได้แต่มองดูว่าตัวเอง ไปรบต่างประเทศแล้วได้อาวุธอะไร ความรู้เรื่อง Internet Marketing พอมี เช่นเรื่องของการสร้างเว็บไซต์ จัดการ Content ของสินค้า รวมถึงเรื่องการโปรโมท
ความรู้เรื่อง SEO พอมี สมัยที่ต้องรบกันบนสนาม Amazon.com นั้นยิ่งหนักกว่านี้ เพราะว่าต้องต่อสู้กับคนทั่วโลก และเขียนเรื่องบทความ SEO มาเยอะพอสมควร

ความรู้เรื่อง Web design เริ่มออกแบบเว็บทั้งส่วนตัวและรับออกแบบของลูกค้า ทำให้มีประสบการณ์อยู่บ้างแล้ว ความรู้เรื่อง Brand และ การ Design พอมีเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ศึกษามานานแล้วครับ แต่ไม่มีในระบบมหาวิทยาลัย เพราะว่าไม่ได้เรียนมาโดดตรง รู้สึกเสียดายเหมือนกัน แต่ก็พอหาอ่านได้เพิ่มในหนังสือการตลาดทั่วไป ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ความรู้เรื่องการบริหารบุคคลพอมี เพราะว่าเรียนมาทางนี้ จะเอามาใช้งานเกี่ยวกับการดูและลูกค้า และบริการ คุณสามารถเขียนจุดแข็งของตัวเองออกมาเป็นข้อๆ แบบนี้ครับจะได้หาข้อบกพร้องของตัวเองให้ได้ หากไม่มีก็ขอเชิญหาหนังสือ อ่านได้ตามสะดวกเลยครับ ว่าคุณอ่อนด้านไหน ผมเองก็ไม่ชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน จนมาถึงเมื่อวันที่เราต้องมาประกอบธุรกิจตัวเอง เราก็ต้องเพิ่มพูนความรู้ของตัวเอง ที่เราอาจจะทำผิดพลาดไป ทั้งด้านการบริหาร และจัดการการตลาด ของตัวเองรวมทั้งให้เราสามารถจัดการ อย่างมีประสิทธิภาพได้ หรือถ้าไม่มีสามารถลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ ได้ก็คงจะลำบากแล้วแหละครับ ถ้าอยากออกมาทำธุรกิจออนไลน์ ในปัจจุบันนี้
ส่วนหนึ่งจาก ebook ผู้บ่าวไทบ้าน หาเงินล้านจาก Facebook

ขายเองตั้งกฎเองเลยจบ !!

ขายเองตั้งกฎเองเลยจบ !! หลังจากที่ผมเริ่มทำธุรกิจ ความคิดเรื่องคุมกฎก็วนเวียนเข้ามาในหัวสมองตลอด ถ้าผมยังไม่ลาออกจาก การเป็นพนักงานคนอื่น ก็ต้องอยู่ในกฎของเขาเสมอ ผมเคยโดนยกเลิกเป็นตัวแทนขาย เพราะไม่มียอดขาย เนื่องจากผมหาคนสมัครต่อได้ 100 คน ตอนแรกคิดว่าจะนอนกินค่าคอมมิสชั่น เดือนละ 6,000 บาท (รายได้เสริม) แต่ก็โดนยกเลิกเสียก่อน แถมยังเอาลูกทีมผมไปฟรีๆ น่าเจ็บใจจริงๆ ผมไม่ได้มีปัญหากับกฎนะครับ เพียงแต่ว่าถ้าเราคุมกฎได้ มันก็ยอดเยี่ยมเลย เลยเป็นที่มาของการสร้างโมเดลธุรกิจที่ศึกษามาจากเมืองนอก นำมาปรับใช้กับธุรกิจที่โมเดลเล็ก ของประเทศไทย

หลังจากที่กรำศึกกับ Amazon (เว็บขายสินค้า) กับตัวเองมาหลายปี ตั้งคำถามกับตัวเองว่า ตัวอยู่ที่ไหน แล้วใครเป็นเจ้านาย เมื่อปี 2012-2013 Amazon ตั้งกฎมากมาย เพื่ออะไรก็ไม่รู้ อย่างแรกคือออกกฎระงับ PPC คือห้ามโฆษณาผ่าน Google AdSense รวมถึงยังไล่ Ban Account อื่นๆมากมาย อย่างหาเหตุผลไม่ได้ นั่นคือสิ่งที่เริ่มคิด ใครที่หัวเราะเดียวก็เจอ อย่ามั่นใจ เพราะไม่ได้คุมกฎเอง ความอึดอัดสุดๆ ทำไมต้องยอมมันทุกเรื่องวะ !!! (ห้ามตัดทิ้งด้วย)

จากแนวคิด เคยทำเมืองนอกได้ เมืองไทย ก็คงไม่ยากเท่าไหร่ ในฐานะ เจ้านายตัวเอง.. บางทีคุณอาจจะนึกไม่ออกนะว่า คนที่เคยขายของเมืองนอกมาแล้ว เขามองผ่านเมืองไทยไปแล้ว เขาจะมีความรู้สึกอย่างไร เหมือนนกที่บินไปไกลแล้ว ยอมเคยเห็นสิ่งต่างๆมากมาย จนอยากจะเขียนถ่ายทอดประสบการณ์ออกมา ในแบบที่ตัวเองได้เริ่มประยุกต์ใช้งาน กับโมเดลธุรกิจเล็กๆ แต่ว่า ช่วยให้เราสามารถสร้างรายได้ขึ้นมาได้โดยไม่ต้องพึ่งรายได้จากงานประจำ ผมเชื่อว่าถ้าไม่มีประสบการณ์ก็คงจบต้นชนปลายไม่ถูก และไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง ลองศึกษาวิธีการจากหนังสือเล่มนี้ดูครับ สนุกอย่าบอกใคร
ส่วนหนึ่งจาก ebook ผู้บ่าวไทบ้าน หาเงินล้านจาก Facebook

อีกหนึ่งธุรกิจ ขายเบอร์สวย

เพื่อนๆหลายคนที่ติดตามผมคงทราบดีนะครับ ว่าผมทำหลายๆ อย่างเช่น ขายของมือสอง ตอนนี้ผมก็หันมาจับเบอร์อีก ขายง่ายมากครับ ถ้าคิดว่ามันเป็นเรื่องงมงาย แล้ว แต่ละค่าย ที่เลือกเบอร์ สวยๆ ออกเบอร์มงคลมาด้วย คงปัญญาอ่อนทั้งหมดนั่นแหละ ครับ ความจริงคือมันมีมูลค่ามหาศาลมาก

ทำไมมันถึงสามารถทำเงินได้มาก พอๆ กับธุรกิจพระเครื่องนั่นแหละครับ ถ้าดูเป็น ต้องเรียนเพิ่มนิดหน่อย ปัจจุบันผมเปิดเว็บ Phoneber.com   ซ่อนโมเดลไว้หลายอย่างน่าเรียนรู้มากครับ ผมเองก็พึ่งมาเชื่อเรื่องตัวเลขมาไม่นานนี่เอง เพราะว่าทำอะไรก็มักจะติดขัด อย่างเบอร์เดิมผม 0875545558
นี่เลขท้าย 58 บวกกัน ได้ 13 ความหมายไม่ค่อยดีเลย เลยเปลี่ยนเบอร์ใหม่เป็น 099-1645-999
ก็รู้สึกดีขึ้นครับ  งานคล่องเงินคล่องดี

จริงๆ ถ้าเราจะขายเบอร์พวกนี้ เราต้องเชื่อก่อนนะครับ ไม่งั้น ทำไม่รุ่ง ตอนนี้ไปได้สวยครับ บวกกับมีฐาน หรือแฟนเพจ ลูกค้ากว่า 5 หมื่นคน มันก็ไปได้ไม่ยาก ผมเชื่อว่า ทำอะไรด้วยความตั้งใจ ตลาดไทยก็ทำได้หมดแหละครับ ^-^

10485371_809811095698520_3845132894134998788_n

มือถือเงินล้าน

การขายของผ่าน Fanpage นั้นทำได้ง่ายนิดเดียวครับ ยิ่งเป็นขายสินค้าด้วยมือถือนี่ยิ่งสะดวก ถ้ากล้องคมชัดยิ่งได้เปรียบไปกันใหญ่ ผมเคยเดินเข้าร้านขายเสื้อผ้าแล้วพบว่าสินค้ากำลังลดราคา แล้วประกาศขายลง Facebook

1379689_748219405191023_1441703003_n

ปรากฏว่า ขายได้ถึง 5 ตัว โดยรับออเดอร์ มาก่อนหลังจากนั้น ก็เข้าไปซื้อสินค้าให้ลูกค้า ไม่ต้องลงทุนมากครับ ดังนั้นคนที่อ่านหนังสือเล่มนี้ ถามว่าใช้ทุนเยอะไหม ผมอาจจะตอบได้ว่าไม่ต้องลงทุนก็ได้ครับ ขอแค่เรามีฐานลูกค้าเยอะอยู่แล้ว

และก็เสนอสินค้าที่ลูกค้าพอใจซื้อ กรณีเดียวกันหากเราพบสินค้าที่เห็นว่าทำกำไรได้เลย ก็ลองเอามานำเสนอลูกค้าลองดูครับ เขาจะตัดสินใจเองครับ ยังเป็นลูกค้าเก่าแล้วด้วย สามารถขายได้เลยครับ เพราะว่าลูกค้าเก่านั้นรอดูสินค้าอยู่แล้ว และสามารถตัดสินใจชื้อสินค้าและโอนเงินได้ทันที
โปรแกรมหรือว่า APP ของ Fanpage ,Facebook,หรือ Line ก็ควรติดเครื่องไว้พร้อมและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เบอร์ติดต่อ และช่องทางติดต่อก็ควรพิมพ์ไว้ที่ Note ครับ จะได้เรียกใช้ทันที และสามารถส่งข้อมูลให้ลูกค้าได้ทันเวลาอย่างรวดเร็ว และก็บัญชีพร้อมให้ลูกค้าโอนทุกเมื่อ เป็นสิ่งที่ผมขาดไม่ได้เลยต้องมีติดมือถือเอาไว้ตลอดครับ

10345836_781466388532991_3318983599078689305_n

ปกติห้างเขาก็เซลล์ตลอดนะ เราก็เอามาบวกกำไรนิดหน่อย และคิดค่าจัดส่งกับลูกค้าได้เลย ราคานี้เขาพอใจ เพราะว่าไม่รู้จะชื้อสินค้านี้ได้ที่ไหน ต้องสั่งผ่านเราเท่านั้น มีสินค้าอีกหลายชนิด ที่สามารถทำแบบนี้ได้ ถ่ายเสร็จแล้วก็รอรับออเดอร์ ได้เลย เป็นการขายที่ลงทุนน้อยที่สุด หรืออาจจะเลือกสินค้าเป็นตัวอย่างมาสักชิ้น แล้วมาจัดไฟที่ห้องก็ได้ครับ แต่ต้องคำนวณให้ดีว่ากลับไปซื้อแล้วมันคุ้มค่าคุ้มราคาใหม

ปกติบางทีผมก็ใช้มือถือ  แหละครับ อับโหลดสินค้าต่าง จากผู้ขาย รวมทั้งโพสเฟคบุค

บทเรียนจาก หนังสือ ใช้ความสุขทำกำไร

10334462_785922018087428_4509607104648141560_n

หนังสือเล่มนี้เขียนโดย Tony Hsieh เจ้าของ Zappos.com ที่เริ่มต้นขายของออนไลน์ ผ่านอินเตอร์เน็ตแบบเจ้าของธุรกิจ หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่อ่านได้ไม่เบื่อ เขามีทุนจำนวนหนึ่งจากการขายเว็บให้กับ Microsoft  แล้วก็มีเพื่อนเชิญให้ร่วมทำธุรกิจ  เงินจำนวนมหาศาลที่เขาแบ่งๆกันแล้วเพื่อนเริ่มต้นทำธุรกิจแบบใหม่ในความเชื่อที่ว่า การขายรองเท้านั้นมีส่วนแบ่งตลาดมากมาย

แน่นอนเขามีเงินส่วนหนึ่งแต่สิ่งที่เราเริ่มกลับเป็นเรื่อง Stock สินค้าหรือ ทำ Drop shipping ดี
Drop shipping คือไม่ต้องมีสินค้าในรูปแบบตัวแทน ถ้าลองนึกว่าคนที่มีทุนขนาดนั้นทำไมต้องทำ Drop shipping อันนี้ผมก็ตีไม่แตกเหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะต้องใช้เงินมหาศาล

นั่นก็แสดงว่า ขายของออนไลน์สามารถทำได้ โดย
-ไม่ต้องมีของก็ขายได้ (กำไรแบ่งกันอีกที)-กับพ่อค้าคนกลาง สำหรับคนทุนน้อย (กำไรเหลือน้อย)
-สต๊อกสินค้า (กำไรเยอะ) กับผู้ค้าโดยตรง ไม่ผ่านคนกลาง

กรณีของ Zappos  ติดต่อกับผู้ผลิตโดยตรง ถ้าคิดถึงบ้านเราก็เหมือนร้านนาซ่าโฟน ที่มาบุญครอง

แต่ Tony ก็พบปัญหาว่าสินค้าที่ทำ Drop shipping  ส่วนใหญ่บริษัทไม่ให้ความร่วมมือ เขาเลยปรึกษากับเพื่อนว่าจะแก้ปัญหานี่ยังไง เพื่อนเขาบอกว่า สินค้าที่ขายดีๆ มักจะถูกขายโดยเจ้าของสินค้า Keyword ที่สำคัญจริงๆ คือต้อง Stock สินค้ารุ่นใหม่ที่ขายดี ซึ่งแน่นอนมันเป็นการตัดสินใจ ที่ยุากมาก เพราะต้องระดมเงินเพิ่ม และหาแหล่งเงินกู้ ขายอสังหาริมทรัพย์ที่ตัวเองมี เพื่อทำธุรกิจ

ปรากฏว่ายอดขายของเว็บเขาพุ่งขึ้นอย่างมากจากการขายของ Stock และมีผู้สนใจให้เงินสนับสนุนต่อมา ผมเชื่อนะว่าการ Stock นั้นทำเงินได้จริง รวมถึงการขอเครดิตในการจ่ายเงินด้วย  แต่ถ้าจะเริ่มต้นแบบโทนี่ ทำได้ยากจริงๆ เพราะใช้ทุนเยอะ แต่ผมเชื่อว่านั่นแหละทำให้ขายดี  แน่นอนเขาไม่ได้ ทำ Stock อย่างเดียว แต่เขาเริ่มลดสัดส่วน Drop Shipping ลงไปเรื่อยๆ

รวมทั้งนโยบายของ Zappos นั้นยังเน้นส่งสินค้าอย่างรวดเร็วอีกด้วย ลงทุนย้ายไปอยู่ใกล้สนามบิน นั่นคือจุดแข็งของทางธุรกิจที่เราสามารถสร้างขึ้นมา เป็นจุดขายอีกด้วย การจัดส่งฟรีอีก รวมทั้งการคืนสินค้า ผมว่าการเรียนรู้ธุรกิจจาก คนที่้ประสบความสำเร็จก็มีอะไรน่าทึ่งอีกเยอะเลย …
ดูเพจเราที่เริ่มต้นธุรกิจ แบบเจ้านายตัวเองได้ที่นี่

กฏข้อแรกของการขายออนไลน์ อย่าหมิ่นเงินน้อย

64963_753699754642988_1583953785_n

ผมไม่รู้ว่าคุณเจ๋งมาจากไหน แต่เมื่อเริ่มมาขายของ งานแรกที่คุณต้องเริ่มต้นทำคือ หาลูกค้า ส่วนความรู้ขั้นสูงก็เอาไว้ใช้เมื่อมีฐานลูกค้าหลักพันแล้วเท่านั้น จะ 1-100 คุณเองก็ต้องเริ่มมีลูกค้ารายแรก แต่นอนลูกค้ารายแรก ย่อมไม่หวังกำไรอะไรมากมาย แต่เป็นการมองประสบการณ์ที่ดีในการซื้อสินค้ากับเรา ด้วยความอดทน  บางมีผมเองก็ยอมขับรถไกลๆ เพื่อไปส่งของกำไรไม่กี่ร้อย เพื่อหาลูกค้า

กฏของการขายของต่างประเทศกับไทยนั่นต่างกัน ยิ่งคุณเป็น Nobody (ไอ้นี่ใครวะ)  แล้วอีกด้วยย่อมต่างกัน ต่างประเทศซื้อขายกันง่ายเนื่องจากเว็บไซต์ เขามีชื่อเสียง ส่วนเราก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร ดังนั้นเป็นการดีอย่างยิ่งที่เราจะเริ่มสร้างมันขึ้นมา เสียดายผมเริ่มต้นช้าไปหน่อย แต่ยังไม่แก่นะ

ผมตัดสินใจอ่านหนังสือที่ผมสนใจอย่างแรกคือ เรื่องของการจัดการ การสร้างความประทับใจ เพื่อปิดช่องโหว่ที่เราอาจจะทำไม่รู้ตัว เหมือนคนที่ชอบนั่งกระดิกขา นั่นแหละ ถ้าไม่มีคนเอามือมาจับ คุณก็ไม่รู้ตัว อ้าวเผลอทำไปเสียแล้ว

ผมเริ่มขายสินค้าหลักร้อย จนไปถึงหลักพัน จนแตะเข้าไปสินค้าชิ้นละหลายหมื่น ผมเริ่มต้นด้วยสินค้าหลักร้อยแทบทั้งนั้น โดยการขายสินค้าหลักร้อยให้ลูกค้าแล้วจัดส่งให้เรียบร้อย และจัดส่งให้เรียบร้อย
หลังจากนั้นลูกค้ารายเดิม ก็กลับมาซื้อด้วยเงินหลักพัน และผมก็ได้แจ้งว่า งวดนี้โอนเงินมาก่อนนะครับ นั่นเป็นสิ่งที่ลูกค้าเริ่มคิดว่า จะได้สินค้าหรือไม่

หลังจากนั้นลูกค้าก็โอนเงินมาหลักพัน และได้รับสินค้าเช่นเคย จนสามารถโอนเงินหลักหมื่น ปัจจุบันนี้แทบจะฝากเงินให้ซื้อสินค้าด้วยซ้ำ  ทุกอย่างที่ผูกกันล้วนเริ่ม จากเงินหลักร้อย ส่วนเงินหมื่นจะตามมาหลังจากทำให้เขาวางใจ

ความต่างของการขายของออนไลน์ของไทย และของต่างประเทศคือ ความเชื่อมั่น ถ้าผมจะบอกว่าผมมีจุดแข็งข้อนี้ก็คงไม่แปลก เพราะผมเก็บทุกประวัติการขายไว้ที่นี่  จนวันหนึ่งมันมากพอ
คุณเองไม่ต้องขายของหลักร้อยอีกแล้ว เริ่มต้นที่หลักพัน หลักหมื่นไปเลย จุดเริ่มต้น… มันต้องมีกันทุกคน สุดท้ายก็หวังว่าบทความนี้จะทำให้คุณคิดอะไรดีๆ สำหรับการสร้างธุรกิจของคุณได้บ้าง
อย่าเริ่มต้นธุรกิจ ด้วยการสร้างผลกำไรมหาศาล ให้เริ่มต้นค่อยเป็นค่อยไป…